เหวินเย่หลานมองจวงชูฉิงด้วยสีหน้าแปลก ๆ
นี่...เข้าใจอะไรขึ้นมาแล้วเหรอ?
แต่จู่ ๆ ก็เข้าใจขึ้นมาแบบนี้ เหวินเย่หลานอดรู้สึกไม่ได้ว่าอาจมีอะไรไม่ชอบมาพากล
ยังไงซะ ความคิดของจวงชูฉิงก็แปลกไม่เหมือนใครมาตลอด
จวงชูฉิงถูกเขาจ้องจนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว รีบอธิบายว่า “อย่าเข้าใจผิดนะ ป้าแม่บ้านที่บ้านยืนกรานจะจัดโต๊ะให้เป็นแบบนี้เอง”
ไม่ใช่ความคิดของเธอสักหน่อย
“ในเมื่อป้าอุตส่าห์เตรียมทุกอย่างไว้ เราก็อย่าทำให้ความตั้งใจดีของป้าเสียเปล่าเลย” เหวินเย่หลานเลื่อนเก้าอี้ที่โต๊ะอาหารออกแล้วนั่งลง
พอเงยหน้าขึ้นเห็นจวงชูฉิงยังยืนอยู่ที่เดิม เขาก็เร่งเธอทันที “ยังยืนทำอะไรอยู่ นั่งกินข้าวสิ”
พูดไปพลางก็เลื่อนเก้าอี้ข้าง ๆ ออกให้เธอ
จวงชูฉิงเดินไปนั่งลงอย่างเก้ ๆ กัง ๆ “บรรยากาศแบบนี้อึดอัดชะมัด”
ไม่ได้เจอกันหลายวัน จู่ ๆ ก็มาเจอกันตอนนี้ แถมยังอยู่ในบรรยากาศแบบนี้อีก จะอึดอัดก็ไม่แปลก
เหวินเย่หลานหยิบเหล้าบนโต๊ะอาหารขึ้นมา “เหล้านี่มาจากไหน?”
จวงชูฉิงตอบตามตรง “หยิบมาจากตู้เหล้าของนาย”
“เลือกเก่งเหมือนกันนี่”
เหวินเย่หลานรินเหล้าสองแก้ว แล้ววางแก้วหนึ่งตรงหน้าจวงชูฉิง “เรื่องที่เกิดขึ้นในงานวันนี้มันยังไงกันแน่?”
พอพูดถึงเรื่องนี้ จวงชูฉิงก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
“ผู้หญิงคนนั้นอ้างว่าเป็นแฟนคลับของนาย แล้วพยายามใช้วิธีนี้เรียกร้องความเป็นธรรมให้นาย”
เหวินเย่หลานขมวดคิ้ว “อ้างว่า?”
