เห็นจวงชูฉิงไม่พูดอะไร สีหน้าของเหวินเย่หลานก็ยิ่งหม่นลง
“เธอเห็นฉันเป็นผู้ชายขายบริการเหรอ?”
จวงชูฉิงเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจทันที แล้วก็สบเข้ากับสายตา “เป็นมิตร” ของเหวินเย่หลาน
“ฉันเปล่านะ ไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย” จวงชูฉิงรีบปฏิเสธ
ฟ้าดินเป็นพยาน เธอไม่เคยคิดแบบนั้นเลยจริง ๆ
เหวินเย่หลานชี้สัญญาในมือ “ถ้าไม่ได้คิด แล้วสัญญาฉบับนี้มันคืออะไร?”
ความสัมพันธ์เพิ่งจะคืบหน้าไปนิดเดียว จวงชูฉิงก็จะยกหุ้นให้เขาเสียแล้ว แบบนี้ชวนให้เข้าใจผิดได้ง่ายมาก
“ก่อนหน้านี้นายก็เคยให้หุ้นหงหยวนมีเดียกับฉันไม่ใช่เหรอ อันนี้ก็ถือว่าฉันให้ของตอบแทนแล้วกัน”
จวงชูฉิงสังเกตสีหน้าของเหวินเย่หลาน ตั้งแต่แรกเขาก็คัดค้านที่เธอลงทุนในบริษัทของจ้าวอี้เฉิง แม้ต่อมาเธอจะยกเหตุผลมาโต้แย้งอย่างหนักแน่น แถมยังรับปากว่าจะเข้าร่วมรายการเรียลลิตีหย่ากับเหวินเย่หลาน เขาถึงได้ยอมเห็นด้วยกับเรื่องลงทุนอย่างเสียไม่ได้
แต่ครั้งนี้เธอกำลังเอาเงินไปให้เหวินเย่หลานนะ เขาคงไม่โกรธอีกหรอกมั้ง?
แต่เธอก็เดาผิดอีกแล้ว
เพราะหลังจากฟังเธอพูดจบ แววตาของเหวินเย่หลานก็ยิ่งเย็นชา
“เธอรีบร้อนขนาดนั้นเลยเหรอที่จะตัดความสัมพันธ์กับฉันให้ขาด?” เหวินเย่หลานถามเสียงขรึม
จวงชูฉิงยิ่งฟังก็ยิ่งงง “ความสัมพันธ์ของเราสองคนตอนนี้ ยังตัดให้ขาดได้อีกเหรอ?”
ตอนนี้เรื่องที่พวกเขาแต่งงานกันกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันหมดแล้ว ต่อให้วันหน้าเลิกกัน พวกเขาก็ยังเป็นคนสำคัญที่ฝากร่องรอยลึกซึ้งไว้ในชีวิตของกันและกัน
