หลังล้างสตรอว์เบอร์รีทีละลูกจนสะอาด จวงชูฉิงก็หยิบลูกใหญ่แดงฉ่ำขึ้นมากัดคำเล็ก ๆ
กลิ่นหอมสดชื่นของสตรอว์เบอร์รีอบอวลเต็มปาก จวงชูฉิงหรี่ตาลงอย่างมีความสุข
เหวินเย่หลานทิ้งบุหรี่ในมือ ไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนแค่กินสตรอว์เบอร์รีก็มีความสุขได้ขนาดนั้น
ก็แค่สตรอว์เบอร์รี ไม่ใช่ของหายากอะไร ต่อไปให้แม่บ้านเตรียมไว้ที่บ้านเพิ่มก็ได้
เมื่อกลับขึ้นรถอีกครั้ง จวงชูฉิงกอดกล่องสตรอว์เบอร์รีใบเล็กไว้ พอกำลังจะกินก็นึกขึ้นได้ว่าข้าง ๆ ยังมีอีกคนอยู่ด้วย
เธอเลื่อนสตรอว์เบอร์รีในมือไปทางเหวินเย่หลาน แล้วถามอย่างเกรงใจว่า “อาจารย์เหวิน จะกินสตรอว์เบอร์รีไหม?”
เธอแค่ถามตามมารยาทเท่านั้น เพราะคนจู้จี้อย่างเหวินเย่หลานไม่มีทางกินสตรอว์เบอร์รีของเธอแน่
ใครจะคิดว่าวินาทีต่อมา เหวินเย่หลานกลับโน้มตัวเข้ามา แล้วกัดสตรอว์เบอร์รีไปคำหนึ่งทันที
เห็นเธอกินอย่างเอร็ดอร่อยเมื่อครู่ เขาก็อยากลองดูว่าสตรอว์เบอร์รีนี่จะอร่อยแค่ไหน
จวงชูฉิงมองสตรอว์เบอร์รีที่ถูกกัดไปครึ่งลูกแล้วอึ้งไปทั้งตัว
ฉันแค่ถามตามมารยาทเองนะ นายกินจริงเหรอ
ภารกิจป้อนขนมให้ไอดอลสำเร็จง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
เหวินเย่หลานลองชิมคำเดียวก็เสียใจ เพราะสตรอว์เบอร์รีลูกนี้ทั้งเปรี้ยวทั้งฝาด ไม่อร่อยสักนิด
ของไม่อร่อยแบบนี้เธอยังกินอย่างเอร็ดอร่อย ดูท่าชีวิตที่ผ่านมาเธอคงลำบากไม่น้อยจริง ๆ
ถึงสตรอว์เบอร์รีจะไม่อร่อย แต่เหวินเย่หลานก็ยังฝืนกลืนลงไป
