ดวงตาเย็นชาราวบ่อน้ำลึกของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านทั่วร่างจนชวนให้หนาวเหน็บ
เขาขี้เหนียวอย่างนั้นหรือ?
ไอ้หนูสองคนนี้กล้าพูดจริง ๆ!
แล้วฉินซูไปแต่งตัวมอมแมมตั้งแต่เมื่อไรกัน
แม้เสื้อผ้าจะไม่ใช่แบบใหม่ แต่เนื้อผ้าล้วนเป็นผ้าฝ้ายนุ่มสบาย
เซี่ยหลานจือโกรธขึ้นมาเมื่อถูกแย่งภรรยาต่อหน้าต่อตา อามู่ถีกับคนอื่น ๆ ก็พากันหน้าขรึมลง
อามู่ถีเหลือบมองเซี่ยหลานจือที่กำลังข่มกลั้นโทสะอย่างสุดกำลัง
เขาก้าวเข้าไปหาแล้วพูดอย่างขุ่นเคืองว่า “พี่หลาน มีคนคิดไม่ซื่อกับพี่สะใภ้ครับ”
“ฉันได้ยิน!”
มือที่ห้อยอยู่ข้างกายเซี่ยหลานจือกำแน่นจนกลายเป็นหมัด
เขาพยายามข่มใจไม่ให้ลงมือ สายตาไม่เป็นมิตรจับจ้องไปยังเถาหราน
อามู่ถีรู้ดีว่าเขากังวลอะไร ถึงจะไม่ได้สวมเครื่องแบบทหาร ก็ใช่ว่าจะลงไม้ลงมือกับใครได้ตามใจ
เขาลดเสียงลงแล้วเสนอว่า “ให้ผมช่วยสั่งสอนพวกนั้นสักหน่อยไหมครับ?”
เซี่ยหลานจือผ่อนลมหายใจยาว ก่อนตอบอย่างสงบว่า “ยังไม่ต้องรีบ”
เขาชี้ไปยังชายที่หมดสติอยู่บนพื้น แล้วสั่งทหารสองนายว่า “พาตัวไปห้องสอบสวน!”
“รับทราบครับ ผู้บังคับการ!”
ทหารทั้งสองยืนตัวตรง ยกมือทำความเคารพพร้อมเปล่งเสียงกึกก้อง
เสียงดังขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าจงใจ
เสียงนั้นทำให้เถาหรานกับชายผมแสกกลางที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับฝันหวานเรื่องแต่งงานกับฉินซูสะดุ้งตื่นทันที
ทั้งคู่ทำหน้าตะลึง ดวงตาเบิกกว้างจ้องเซี่ยหลานจืออย่างหวาดผวา
ชายหนุ่มคนนี้กลับเป็นนายทหารระดับสูงด้วย!
เซี่ยหลานจือหันกลับมา กวาดสายตาเย็นชาไปยังเถาหรานกับพวก ก่อนกล่าวเสียงเข้มว่า “พวกคุณก็มาลงบันทึกปากคำด้วย”
