หากคนที่ร้องว่าเจ็บไม่ใช่ผู้ชาย ใครได้ยินเข้าก็คงอดคิดไปในทางอื่นไม่ได้
ถึงอย่างนั้น สีหน้าของเซี่ยหลานจือที่เพิ่งถูกคนมาหมายปองภรรยาต่อหน้าก็ยังไม่น่าดูอยู่ดี
เขาก้าวยาว ๆ ไปยังห้องด้านในที่มีเพียงม่านกั้น แล้วใช้มือเรียวคมเปิดม่านออกทันที
“อ๊ากกก!!!”
ทันทีที่ม่านถูกเปิด เสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้ชายก็ดังลั่นจากด้านใน
เซี่ยหลานจือหรี่ตาขรึม จ้องชายที่นอนคว่ำอยู่บนเตียง เงยหน้าร้องเสียงแหลมจนบาดหู
“เจ็บ! เอวฉันจะหักแล้ว!”
“คุณหนูคนสวย เบามือหน่อยสิ!”
ชายคนนั้นกำลังถูกฉินซูบิดนวดด้วยท่าที่แทบจะท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์
ฉินซูกดขาทั้งสองข้างของเขาอย่างแรง จนแทบพับร่างเขาเข้าหากัน
เธอยังพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แต่ถ้อยคำกลับทำเอาคนฟังขนลุก
“แค่นี้เอง เดี๋ยวฉันจะทำให้คุณร้องเรียกพ่อเรียกแม่จนตัวสั่นเลย!”
พูดจบ ฉินซูก็ปล่อยขาของชายคนนั้น ก่อนยกเท้าเหยียบลงบนเอวของเขา
เสียงกระดูกลั่นดังชัดเจน!
“อ๊าก!”
เส้นเลือดที่ลำคอของชายคนนั้นปูดเกร็ง เขาเริ่มร้องเรียกพ่อเรียกแม่ไม่หยุด
“แม่เจ้าโว้ย! นี่เธอจะเอาชีวิตฉันหรือไง!”
ฉินซูลุกลงจากเตียง เดินอ้อมไปด้านหน้าเขา แล้วใช้สองมือกดนวดลำคอ
“ครั้งสุดท้ายแล้ว รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์เหมือนได้เกิดใหม่!”
กร๊อบ!
กระดูกต้นคอส่งเสียงชวนผวา
ชายที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงถึงกับร้องไม่ออก
เซี่ยหลานจือเห็นเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว
“เรียบร้อย!”
ฉินซูตบมือพลางยิ้มแย้ม
เธอหันไปเตรียมล้างมือ แล้วก็เห็นเซี่ยหลานจือยืนอยู่ตรงประตู รูปร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชา
รอยยิ้มผุดขึ้นในดวงตาของฉินซู “คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”
เซี่ยหลานจือตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จัดการธุระเสร็จแล้ว เลยมารับคุณ”
อามู่ถียื่นหน้าเข้ามามอง พอเห็นชายที่นอนอยู่บนเตียงทำหน้าบิดเบี้ยวเพราะเจ็บ ก็ถามว่า
“พี่สะใภ้ ทำอะไรอยู่เหรอ? ผมได้ยินเสียงดังมาจากไกล ๆ เลย”
ฉินซูตอบอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าของร้านยานี่เป็นโรคกระดูกต้นคอเสื่อมอย่างหนัก ฉันก็เลยช่วยรักษาให้”
เจ้าของร้านยาลุกจากเตียงขึ้นมา ใช้มือคลึงต้นคอที่รู้สึกผ่อนคลายขึ้น
เขาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “สาวน้อย ฝีมือของเธอนี่สุดยอดจริง ๆ!”
