“……” สีหน้าของฉินซูยากจะบรรยาย
เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วรู้สึกว่าเขาคล้ายสัตว์ที่กำลังอวดตัวในช่วงฤดูผสมพันธุ์
ฉินซูกลัวว่าตัวเองจะคิดเข้าข้างตัวเอง จึงพูดเสียงเย็นชา “ไม่มีแฟน แต่มีสามี เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน”
ความตื่นเต้นบนใบหน้าของพี่หรานหายวับ สีหน้าหม่นลงจนเห็นได้ชัด
เขาพูดอย่างหงุดหงิด “แต่งงานแล้วจะออกมาเดินเพ่นพ่านทำไม ไสหัวไป ๆ ๆ!”
ท่าทางโมโหจนเสียอาการนั้น ดูคล้ายกำลังอับอายเพราะเกี้ยวพาราสีไม่สำเร็จ
ฉินซูแน่ใจแล้วว่าไอ้หนุ่มคนนี้อยากได้เธอไปเป็นเมีย
ยุคสมัยนี้ดูเผิน ๆ เหมือนอนุรักษนิยม แต่คนกลับกล้าทำอะไรไม่น้อย
หนุ่มสาวที่ถูกใจกันแล้วแต่งงานกันอย่างรวดเร็วมีให้เห็นอยู่มากมาย
ฉินซูรู้ว่าชายหนุ่มไม่ใช่อันธพาลไร้ยางอาย จึงยกถุงปุ๋ยขึ้นมาอีกครั้ง
เธอย้ำอีกครั้ง “ฉันจะไปร้านขายยาหยูไป๋เฉา”
พี่หรานถลึงตามองฉินซูอย่างดุดัน “ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง บอกให้ไสหัวไป!”
นี่เป็นทางที่ใกล้ที่สุดในการไปร้านขายยาหยูไป๋เฉา ฉินซูย่อมไม่ฟังเขา
เธอมองพี่หรานอย่างไร้อารมณ์ “หลีกไป อย่าขวางทาง!”
น้ำเสียงดุดันปนหวานฟังแล้วไม่มีพิษสงสักนิด
ใบหน้าสวยสดใสมีชีวิตชีวาของฉินซูทำให้พี่หรานเผลอกลืนน้ำลายอย่างไม่เอาไหน
ท่าทีของเขายังคงเลวร้าย ข่มขู่ว่า “ไสหัวไป! อย่าบังคับให้ฉันลงมือนะ!”
“พี่หราน ทำอะไรอยู่น่ะ!”
ชายหนุ่มผมแสกกลางอีกคนเดินเข้ามา
พอเห็นฉินซูที่งดงามราวภาพวาด ใบหน้ามีเสน่ห์ชวนหลงใหล เขาก็อดเบิกตากว้างไม่ได้
“สาวสวยมาจากไหนเนี่ย หุ่นดีชะมัด!”
ดูท่าทางแล้วคงรังแกง่าย รังแกหน่อยก็คงร้องไห้แน่
ชายหนุ่มที่ชื่อพี่หรานยกเท้าเตะก้นเจ้าผมแสกกลางทันที
“มองอะไรส่งเดช เธอเป็นผู้หญิงดี ๆ นะโว้ย!”
เจ้าผมแสกกลางหัวเราะหึ ๆ แล้วลดเสียงลง “แล้วไงล่ะ ถ้าเธอเต็มใจ จะเล่นด้วยกันก็ได้”
“เล่นกับแม่แกสิ!” พี่หรานด่าอย่างหงุดหงิด
เขาเหลือบมองฉินซูแล้วพูดเสียงเย็น “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก! อยากให้พวกเราสองคนทำให้เธอสุขสมหรือไง?”
ฉินซูอดกลอกตาใส่เขาไม่ได้
ถ้าสองคนนี้เป็นอันธพาลไร้ยางอาย เธอคงใช้เข็มเล่มเดียวต่อคนจัดการให้หมอบไปแล้ว
