เซี่ยหลานจือเดินเข้ามาในห้อง เห็นฉินซูนอนอยู่บนเตียงใต้ผ้าห่มไหม เผยให้เห็นรูปร่างอรชรได้สัดส่วน
เขาได้ยินคนที่กำลังหลับพึมพำอะไรบางอย่างลอดไรฟัน
เซี่ยหลานจือเดินไปข้างเตียง เปิดผ้าห่มแล้วล้มตัวลงนอน กลิ่นหอมอ่อนละมุนจากกายเธอพลันอบอวลอยู่ตรงปลายจมูก
วินาทีถัดมา ฉินซูฟาดฝ่ามือใส่เขา
เพียะ!
มือเล็กนุ่มนิ่มฟาดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่ชื้นเหงื่อของเซี่ยหลานจือ
ร่างของเซี่ยหลานจือแข็งทื่อขึ้นมาทันที กล้ามท้องที่เรียงตัวแน่นขึงเกร็ง
ฉินซูด่าทออย่างเกรี้ยวกราดทั้งที่ยังดูน่าเอ็นดู “ไสหัวไป! ไอ้สารเลว!”
“กล้ารังแกฉันเหรอ ฉันจะฆ่าแก ไอ้เวร!”
ปากเธอด่าทออย่างดุดัน แต่เซี่ยหลานจือกลับได้ยินความหวาดกลัวสั่นพร่าอยู่ในน้ำเสียง
ภาพใบหน้าเล็กซีดเผือดของฉินซู ดวงตาคลอหยาดน้ำตาและฉายแววหวาดกลัว ปรากฏขึ้นในความคิดของเขา
เขาเข้าใจผิดว่าความหุนหันเมื่อคืนทำให้ฉินซูตกใจ จนเธอนึกถึงเรื่องที่เคยถูกคนรังแกขึ้นมา
การที่ผู้หญิงคนหนึ่งมีหน้าตางดงามโดดเด่นเกินไป ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป
หลายปีมานี้ เซี่ยหลานจือเดินทางไปทั่วสารทิศ พบเห็นด้านเลวร้ายและมืดมิดของจิตใจมนุษย์มามากมาย
เขารู้ดีว่าหลังจากผู้หญิงหน้าตาสวยที่ไม่มีความสามารถปกป้องตัวเองถูกข่มเหง จะไม่มีใครเห็นอกเห็นใจพวกเธอ กลับมีแต่คนคิดว่าพวกเธอไม่รักนวลสงวนตัว ไร้ยางอาย
โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร หลายคนใช้ชีวิตราวกับคนตายทั้งเป็น
ทั้งที่เกิดมาใต้แสงตะวัน แต่กลับใช้ชีวิตราวกับอยู่ในนรก
เมื่อนึกถึงว่าฉินซูเคยถูกคนรังแก ความโกรธเกรี้ยวและหงุดหงิดที่ยากจะบรรยายก็พลุ่งขึ้นในใจเซี่ยหลานจือ
เขาโอบร่างเล็กบอบบางของเธอเข้ามาในอ้อมแขน แล้วปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ฟังดูไม่คุ้นเคย
“ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่นี่แล้ว จะไม่มีใครรังแกคุณอีก”
