ฉินซูได้ยินเสียงกลืนน้ำลายข้างหูชัดเจน จึงเหลือบมองไปด้านข้างอย่างเงียบเชียบ
แล้วก็สบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทของเซี่ยหลานจือที่มืดหม่นไร้แสง ทั้งยังซ่อนประกายคล้ายจะกลืนกินทุกสิ่งเอาไว้
ฉินซูรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ เลือดทั่วร่างแทบจะเย็นเฉียบลงในพริบตา
สายตาที่เซี่ยหลานจือมองเธอช่างเหมือนกำลังพิจารณาว่าจะเริ่มลงมือจากตรงไหนกับเหยื่อที่กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
ฉินซูพลันอยากหันหลังหนีไปให้พ้น
หมาป่าหิวโซพุ่งเข้าขย้ำเหยื่อก็คงไม่ต่างกัน
เซี่ยหลานจือทำราวกับไม่ได้กินเนื้อมานานแปดร้อยปี
ความดุดันเหี้ยมเกรียมที่แผ่ออกมาจากทั่วร่างของเขา ทำเอาใครเห็นก็ต้องขวัญผวา
ตอนฉินซูเกิดสัญชาตญาณอยากหนีจากอันตราย มือที่โอบรัดเอวเธอไว้ของเซี่ยหลานจือก็กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย
“อาซู ตอนนี้คิดจะหนีก็ไม่ทันแล้ว”
มาถึงขั้นนี้ เขาจะโอ๋ฉินซูก็ได้ แต่ไม่มีทางหยุดแน่นอน
เปลือกตาฉินซูกระตุกวูบ เธอเงยหน้าสบกับดวงตาดำสนิทของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาและกำลังข่มกลั้นอย่างสุดกำลัง
มือที่ทิ้งอยู่ข้างตัวกำแน่น เธอหัวเราะแห้ง ๆ แล้วบอกว่า “ฉันไม่ได้คิดจะหนี แค่จู่ ๆ ก็รู้สึกกระหายนิดหน่อย”
รอยยิ้มจาง ๆ วาบผ่านดวงตาของเซี่ยหลานจือ เขาจ้องริมฝีปากแดงที่เผยอเล็กน้อยของฉินซู
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาชวนให้ใจสั่น “ผมช่วยแก้กระหายให้ ดีไหม?”
สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็ก้มหน้าลงมา...
ทั้งที่เป็นประโยคถาม แต่กลับไม่เปิดโอกาสให้ฉินซูได้ปฏิเสธ
จูบครั้งนี้แตกต่างจากก่อนหน้า มันอ่อนโยนปนความเอาแต่ใจอยู่หลายส่วน
เส้นประสาทที่ขึงตึงอยู่ในหัวฉินซูขาดผึงทันที
ดวงตาคู่สวยที่เอ่อท้นด้วยอารมณ์เข้มข้นค่อย ๆ ปิดลง ปล่อยให้กลิ่นอายอันตรายจากเซี่ยหลานจือโอบล้อมเธอไว้จนมิด
“วันนี้อาซูว่าง่ายจังเลย—”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแสนไพเราะของชายหนุ่มพลันดังขึ้นข้างหูฉินซู
ฉินซูไม่ส่งเสียงตอบ แต่ขนตาสั่นไหว แก้มทั้งสองข้างพองขึ้น
ผู้ชายได้คืบจะเอาศอกจริง ๆ!
สีหน้าขุ่นเคืองของฉินซูน่ารักมาก เซี่ยหลานจือหรี่ตาที่แต้มรอยยิ้มลง จู่ ๆ ก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาเล็กน้อย...
ที่รีบร้อนกินเกินไป
ค่อย ๆ ละเลียดถึงจะได้ลิ้มรสชาติที่ดีที่สุด
