เด็กชายตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าซีดขาว ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ฉินซูหยุดฝังเข็ม ก่อนจับแขนข้างที่หักของเขาไว้
เธอโน้มตัวเข้าใกล้เด็กน้อย น้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัว บอกฉันสิว่าแขนหักได้ยังไง?”
ทันทีที่ลืมตา เด็กชายก็เห็นฉินซูที่มีแววตาอ่อนโยนและรอยยิ้มงดงาม ความหวาดกลัวในใจจึงคลายลงไปไม่น้อย
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เสี่ยงอันตรายในตอนนั้น เขาสะอึกสะอื้นตอบว่า “ต้นไม้... ตกลงมาจากต้นไม้ครับ”
“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไร”
ฉินซูใช้มือทั้งสองคลำแขนที่บวมเป่งจนผิดรูปของเด็กชาย แล้วบีบนวดแรง ๆ สองสามครั้ง
เธอจับข้อต่อไว้แน่น ใช้แรงอย่างแยบยลเล็กน้อย ดึงทีหนึ่งแล้วดันกลับ
รวดเร็ว เด็ดขาด แม่นยำ ทุกอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอน เพียงชั่วพริบตาก็จัดกระดูกที่หักของเด็กให้เข้าที่
ฉินซูยิ้มให้เด็กชายที่ยังทำหน้ามึนงง “เรียบร้อยแล้ว”
แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วเหรอ?
ทุกคนในห้องต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ฉินซูล้วงกระเป๋าหยิบลูกอมนมกระต่ายขาวออกมาเม็ดหนึ่ง ยื่นให้เด็กชาย
“เก่งมาก ให้รางวัลเป็นลูกอมนะ”
“ลูกอมนมกระต่ายขาว!”
เด็กชายเบิกตาที่มีน้ำตาคลอ เผยสีหน้าดีใจออกมา
เขายกแขนข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บขึ้น เตรียมจะหยิบลูกอมจากมือฉินซู
ขณะที่มือของเด็กใกล้จะแตะลูกอม ฉินซูก็เลื่อนมือหนี “ใช้มืออีกข้างหยิบสิ”
ในหัวและดวงตาของเด็กชายมีแต่ลูกอม เขาจึงยกแขนข้างที่เพิ่งจัดกระดูกเข้าที่ขึ้นมาโดยไม่คิดอะไร
ตอนที่หยิบลูกอมได้ เขาไม่ทันสังเกตสีหน้าตกตะลึงของผู้ใหญ่ในห้อง
มหัศจรรย์เกินไปแล้ว!
แค่ฝังเข็มไม่กี่ครั้ง บีบแขนไม่กี่หน แขนของเด็กก็หายดี
ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ใครจะเชื่อเรื่องมหัศจรรย์แบบนี้ลง
ฉินซูให้หลวี่หมิ่นไปหาแผ่นไม้กับผ้าพันแผลมา แล้วพันแขนเด็กชายเพื่อดามไว้
พี่สะใภ้ทหารร่างท้วมทำหน้าเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย พึมพำกับตัวเองว่า “นี่คงเป็นแค่แมวตาบอดบังเอิญตะครุบหนูตายได้กระมัง?”
คราวนี้ไม่มีใครคล้อยตามคำพูดของเธอ แต่พวกผู้หญิงก็ยังมองฉินซูด้วยแววตากึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
“อาซู เสร็จหรือยัง? ฉันมารับเธอ”
เสียงทุ้มกังวานไพเราะของชายคนหนึ่งดังมาจากหน้าห้องฉุกเฉิน ปลายเสียงทอดสูงขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าฟัง
