เขตบ้านพักข้าราชการทหาร
ฉินซูหิ้วกระเป๋าเดินทางออกจากบ้าน ก่อนจะเห็นรถซานทานาคันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน
ทันทีที่เธอปรากฏตัว ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอ่อนโยนและดูสุภาพก็เปิดประตูรถลงมา
“ท้องโตขนาดนี้แล้วยังยกของหนักอีก ไม่กลัวกระทบกระเทือนลูกหรือไง!”
ฉินซูประคองท้องกลมโต ยื่นกระเป๋าเดินทางให้ชายที่สวมสูทและยิ้มมุมปาก
เธอพูดด้วยน้ำเสียงสนิทสนมว่า “ก็ฉันรีบนี่นา”
เซี่ยหลานจือจะกลับประเทศพรุ่งนี้
ถ้าไม่หนีตอนนี้ แล้วจะรอถึงเมื่อไร
ชายหนุ่มประคองฉินซูอย่างระมัดระวัง พลางบ่นเสียงเบา “จะรีบอะไรนักหนา แค่โทรหาพี่ พี่ก็ไปรับได้ทุกเมื่อ”
“ช่างเถอะ ถ้าพี่ไม่ได้แวะมาทำธุระที่กรุงปักกิ่งพอดี คราวนี้ฉันคงต้องซื้อตั๋วรถกลับเองแล้ว”
ฉินซูขึ้นไปนั่งบนรถอย่างได้รับการประคอง เธอเอนหลังพิงเบาะอย่างผ่อนคลาย ลูบท้องที่ลูกน้อยกำลังดิ้นซุกซน
ชายหนุ่มวางกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้วมายืนข้างประตูหลัง ลูบเส้นผมของฉินซูเบา ๆ
ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร ฉินซูถึงได้ยิ้มออกมาอย่างสดใสและสนิทสนม
ภาพที่ดูคลุมเครือชวนให้คิดนี้ ตกอยู่ในสายตาของคนที่บังเอิญผ่านมาเห็นเข้า
ชายสองคนเดินเคียงกันมา พอถึงหน้าทางเข้าเขตบ้านพักก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
หลิวเซิงในชุดทหารอากาศสีฟ้าอ่อนผลักชูเหลียนอิ้งเบา ๆ
“เฮ้ นายดูสิ นั่นใช่ภรรยาพี่หลานหรือเปล่า”
ชูเหลียนอิ้งเหลือบมองไปด้านข้าง เห็นฉินซูกำลังพูดคุยหัวเราะกับชายคนหนึ่ง ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสเหลือเกิน
ทั้งคู่ยังดูสนิทสนมกันมาก ถึงเนื้อถึงตัวกันแล้วด้วย!
สีหน้าของชูเหลียนอิ้งเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาถามเสียงขรึม “ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”
ชายคนนั้นตัวไม่สูงเท่าพี่หลาน รูปร่างก็ไม่ได้เรื่อง ยิ้มประจบเสียจนดูเหมือนคุณชายหน้าขาว
หลิวเซิงส่ายหน้า “หน้าตาไม่คุ้น ไม่เคยเห็นมาก่อน”
ชูเหลียนอิ้งหมุนตัวมุ่งตรงไปยังรถซานทานาฝั่งตรงข้ามทันที
ฉินซูตาไว เห็นชูเหลียนอิ้งเข้าเสียก่อน
เธอเบิกตาขึ้นเล็กน้อย รีบเร่งชายหนุ่ม “มีคนมาแล้ว! รีบไปกันเถอะ เร็วเข้า!”
ชายหนุ่มหน้าตาสุภาพยกมุมปากเป็นรอยยิ้มเอ็นดู
“ได้ นั่งดี ๆ นะ ระวังท้องด้วย”
ชายหนุ่มขึ้นนั่งตรงที่นั่งคนขับ เหยียบคันเร่ง รถก็พุ่งออกไปทันที
“เวรเอ๊ย!”
