ความง่วงงุนมลายหายไปหมด ฉินซูยื่นมือออกจากผ้าห่ม
เตรียมฉวยโอกาสโต้กลับ
เซี่ยหลานจือพลันหยุด แล้วก้มหน้าเข้าไปใกล้ข้างหูฉินซู
เขากระซิบเสียงเบา “ตัวคุณหอมจัง ใช้อะไรทาหรือ”
ฉินซูสบดวงตาพร่าเลือนของชายหนุ่ม พลางได้กลิ่นหอมเย็นสดชื่นปนกลิ่นสุรา
แววตาใคร่รู้ของเธอจับจ้องสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขา
ชั่วขณะนั้นเธอแยกไม่ออกว่าเขาเมาจริง ๆ หรืออาศัยฤทธิ์สุรามาหาเรื่องแกล้งเธอ
เซี่ยหลานจือจ้องริมฝีปากของฉินซู แล้วค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้…
กลิ่นสุราเข้มข้นผสมกับไอเย็นเฉียบปัดผ่านใบหน้าของฉินซู
สันจมูกโด่งแตะลงบนปลายจมูกเล็ก ๆ ของเธอ
ดูท่าจะจูบกันอยู่รอมร่อ
ฉินซูหรี่ตาลงเล็กน้อย ริมฝีปากแดงขยับเอ่ยประชด “แต่ตัวคุณเหม็นจะตาย!”
เธอยกมือขึ้นเคาะจุดชาของเซี่ยหลานจืออย่างแรง
เซี่ยหลานจือเจ็บจนคลายแขนที่รัดเอวเธอแน่น
ราวกับไม่อยากปล่อยฉินซูไป มือที่เพิ่งคลายออกก็เอื้อมไปคว้าตัวเธออีกครั้ง ปลายนิ้วแตะชายเสื้อได้แล้ว
ลงมือรวดเร็ว เป้าหมายชัดเจน ไม่เหมือนคนเมาเลยสักนิด
ฉินซูไม่ทันสังเกต พอเห็นเขาจะเข้ามาพัวพันอีก เธอจึงจำใจโต้กลับ
เธอใช้วิชาต่อสู้แบบทหารที่เคยตั้งใจหาคนสอนในชาติก่อน จัดการชายหนุ่มที่ทั้งรูปร่างและพละกำลังเหนือกว่าเธออย่างลิบลับ
วิชาต่อสู้แบบทหารที่ได้รับการพัฒนามาตลอด 40 ปี ใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็สยบคู่ต่อสู้ได้
ฉินซูเป็นฝ่ายชนะอย่างงดงาม
เธอตบศีรษะเซี่ยหลานจือเบา ๆ แล้วหัวเราะหึ ๆ อย่างหอบเหนื่อย
“ไอ้หนู ดื่มจนเมาแล้วยังกล้ามาหาเรื่องฉันอีก จัดการคุณน่ะง่ายนิดเดียว”
ท่าทีหยิ่งผยองแสนเอาแต่ใจของฉินซูเผยออกมาเต็มที่ ตรงข้ามกับความอ่อนหวานว่านอนสอนง่ายยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
เห็นเซี่ยหลานจือหยุดดิ้นแล้ว เธอก็ผลักเขาออก ก่อนลงจากเตียง
ฉินซูจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วปรายตามองชายหนุ่มที่นอนแผ่อยู่บนเตียง ดวงตาดำใสเย็นเยียบไร้ความอบอุ่น
รออยู่ตั้งนานก็ยังไม่ได้ยินเสียงอะไรจากเซี่ยหลานจือ
