ดวงตาดำสนิทของเซี่ยหลานจือฉายแววอันตราย เขามองฉินซูจากเบื้องบน
“ตอนผมกลับมา ได้ยินคุณเรียกชื่อผม พอเข้าไปใกล้ คุณก็โอบคอผมไว้”
“ทั้งจูบทั้งกัดผม แล้วยังจะโยนความผิดให้คนอื่นอีก”
“ฉินซู ไม่มีใครเขาทำผิดแล้วไม่ยอมรับกันแบบคุณหรอก”
น้ำเสียงของเขาแฝงความไม่พอใจที่พยายามอดกลั้น ทุกถ้อยคำชัดเจนจนฉินซูได้ยินเต็มสองหู
ฉินซูตกตะลึงจนหน้าถอดสี เมื่อนึกถึงความทรงจำในฝันที่เธอเป็นฝ่ายโอบคอเซี่ยหลานจือแล้วจูบเขาก่อน
ตอนนั้นเธอยังคิดอยู่เลยว่าความรู้สึกตอนจูบช่างสมจริงเหลือเกิน
ในฝันเธอกัดกินคนราวกับเป็นขาหมู พอตื่นขึ้นมากลับกัดปากเซี่ยหลานจือจนแตก
นี่เป็นเรื่องที่เธอทำจริง ๆ เหรอเนี่ย?!
ฉินซูเม้มริมฝีปากเบา ๆ ปลายลิ้นพลันสัมผัสได้ถึงรสหวานคาว
รสเลือด
เป็นเรื่องจริงด้วย!
อ๊า! น่าอายชะมัด! กระอักกระอ่วนที่สุด!
พอรู้ว่าตัวเองคือแมวน้อยที่เซี่ยหลานจือพูดถึง ซึ่งกัดเขาจนปากแตก ฉินซูก็อยากหารูมุดหนีไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
บรรยากาศเผชิญหน้ากันในห้องพลันเปลี่ยนเป็นน่าอึดอัด
ฉินซูกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง ก่อนฝืนหัวเราะแห้ง ๆ แล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันเข้าใจคุณผิดเอง ฉันนี่แหละที่เป็นขโมยตะโกนจับโจร”
วิธีขอโทษของเธอทั้งกระมิดกระเมี้ยนและจริงใจ
เรียกได้ว่ากล้าทำก็กล้ารับ
เซี่ยหลานจือมองใบหน้าแดงระเรื่อของฉินซู พลางเอ่ยอย่างหยอกเย้าว่า “ยังเป็นโจรเด็ดบุปผาอีกด้วย”
“……” ฉินซูมองเขาด้วยสีหน้าพิกล
เด็ดบุปผา?
ต่อให้เซี่ยหลานจือหน้าตาดีแค่ไหน ก็ดูไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับดอกไม้เลยสักนิด
แต่ฉินซูกลับพยักหน้ารัว ๆ พูดจาเหลวไหลเอาใจเขา “ใช่ ฉันเป็นโจรเด็ดบุปผาที่ใจกล้าบ้าบิ่น คุณงามกว่าบุปผา ฉันไม่ควรคิดอยากได้ความงามของคุณเลย”
