ฉินไห่รุ่ยมองน้องสาวคนสวยที่มีสีหน้าไม่ใส่ใจ แววตาเย้ายวน
เขาถอนหายใจเบา ๆ “ลูกสาวบุญธรรมคนนั้น เธอไม่คิดจะเอาเรื่องแล้วเหรอ?”
ฉินซูหรี่ตายิ้ม “ถ้าไม่มายุ่งกับฉัน ฉันจะไปหาเรื่องเธอทำไม เซี่ยหลานจือกล้าพูดว่าไม่มีอะไรกับน้องสาวบุญธรรม ฉันก็กล้าเชื่อ”
ฉินไห่รุ่ยเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นกะทันหัน “อาซู ไม่งั้นเธอหย่าดีไหม”
“?” ฉินซู
เปลี่ยนเรื่องเร็วเกินไป เธอตามไม่ทันอยู่บ้าง
ฉินไห่รุ่ยพูดอย่างจริงจัง “พี่รู้สึกว่าเธอไม่มีความสุข ถึงตอนนี้จะดูสุขุมและรู้ความกว่าเมื่อก่อนก็เถอะ
แต่เธอไม่มีความร่าเริงอวดดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว พี่รู้สึกว่าเธอต้องผ่านความน้อยเนื้อต่ำใจมามาก ถึงได้กลายเป็นแบบนี้”
ฉินซูประหลาดใจ พลางคิดในใจว่า นี่สินะที่เขาเรียกว่าสายใยทางสายเลือด
เพียงชั่วข้ามคืน เธอก็ย้อนกลับมาอยู่ในยุคนี้
นิสัยใจคอของเธอหลอมรวมเข้ากับตัวตนในชาติก่อนเรียบร้อยแล้ว
ฉินซูรู้สึกซาบซึ้งใจ จึงปลอบเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่ใหญ่ ฉันสบายดี เซี่ยหลานจือคอยปกป้องฉันมากนะ”
นอกจากเรื่องอย่างว่า ที่เขาจะเอาแต่ใจและแข็งกร้าวไปสักหน่อย เวลาอื่นก็ยอมตามใจเธอหมด
สีหน้าฉินไห่รุ่ยดูหนักใจ “ครอบครัวแบบนั้นถือว่าเราเอื้อมไม่ถึงก็จริง แต่เธอห้ามปล่อยให้ตัวเองโดนรังแกเด็ดขาด ถ้าอยู่แล้วไม่มีความสุขก็กลับบ้านเรา”
ฉินซูหัวเราะเบา ๆ “ฉันจะโดนรังแกอะไรได้ เซี่ยหลานจือทั้งหล่อทั้งปกป้องคนของตัวเอง ผู้ชายแบบนี้แถมยังมีชาติตระกูลและภูมิหลังอย่างเขา ต่อให้ถือโคมไปหาก็ยังหาไม่เจอ”
ดีกว่าหยางอวิ๋นชวนในชาติก่อนตั้งเยอะ ไม่มีเรื่องวุ่นวายเกี่ยวกับผู้หญิงมากมายให้ปวดหัว
ฉินไห่รุ่ยทำหน้าเอือมระอา รู้สึกว่าตัวเองเป็นห่วงฉินซูไปเปล่า ๆ
เขาขบฟันพูด “พี่ว่าเธอเล็งที่หน้าตาหล่อ ๆ ของเขา ส่วนเขาก็เล็งความสวยของเธอ แถมยังให้ทายาทตระกูลเซี่ยได้”
ฉินซูยิ้มแต่ไม่ตอบ เพราะนี่คือความจริง
ทั้งคู่ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน เธอได้เกาะขาหลักทองคำ ส่วนตระกูลเซี่ยก็มีผู้สืบทอด
ชนะทั้งสองฝ่าย!
ฉินซูเดินจนเหนื่อย จึงหยุดอยู่กับที่ “ฉันเหนื่อยแล้ว ไม่อยากขยับต่อแล้ว”
เพื่อให้คลอดได้อย่างราบรื่น
ทุกวันเธอจะออกกำลังกายช่วงเช้า กลางวัน และเย็น ครั้งละครึ่งชั่วโมง
