“เซี่ยหลานจือ มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด อย่าทำแบบนี้นะ”
ฉินซูชะงักหายใจ หัวใจแทบหยุดเต้น เสียงสั่นเครือ
ในเวลานี้ เธอรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนเส้นด้าย ทั้งเวียนหัวตาลาย หัวใจเต้นรัว
ครั้งนี้เซี่ยหลานจือไม่ได้ตามใจฉินซูอีก เขาจ้องดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของเธอ
ปลายนิ้วที่มีรอยด้านจากการจับปืนของเขาลูบไล้ปลายคางเล็ก ๆ ใต้นิ้วอย่างแผ่วเบา
“คุณคิดเรื่องเขียนหนังสือรับสภาพหนี้ขึ้นมาได้ยังไง?”
ถึงแม้ปริศนาเกี่ยวกับฉินซูจะยังต้องสืบหาความจริงต่อไป
แต่ก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันไปไม่ได้
ภรรยาเขียนหนังสือรับสภาพหนี้ให้สามี เรื่องแบบนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ความโกรธของเซี่ยหลานจือพุ่งสูงขึ้นทันที
เขารัดเอวบางของฉินซูไว้แน่น แววตายิ่งคมกริบ ราวกับจะกลืนกินเธอทั้งตัว
ฉินซูใจไหววูบ พลันเข้าใจทันทีว่าที่ชายหนุ่มทำท่าทีดุดันใส่เธอขนาดนี้ ก็เพราะหนังสือรับสภาพหนี้นั่นเอง
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนนุ่มนวลราวขนนกเจือแววตัดพ้อ “ฉันก็ไม่อยากทำแบบนั้นหรอก ใครใช้ให้ครอบครัวคุณมีฐานะดีขนาดนี้ล่ะ ฉันกลัวคุณจะเข้าใจผิดว่าฉันเห็นแก่เงิน ถึงได้คิดเขียนหนังสือรับสภาพหนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”
เหลวไหล!
ฉินซูรักษาระยะห่างเอาไว้เสมอ
ก็เพราะคิดว่าสักวันตอนหย่ากันจะได้จากไปโดยไม่ติดค้างอะไรทั้งนั้น
น้ำเสียงเจือสะอื้นอย่างน้อยอกน้อยใจของเธออ่อนนุ่มราวผ้าแพรเนื้อละเอียด ค่อย ๆ ลูบผ่านหัวใจของเซี่ยหลานจือ
มือที่จับปลายคางเล็ก ๆ ของฉินซูพลันคลายออก สีหน้าเย็นชาของเขาเผยแววรู้สึกผิด
