ฉินซูนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น ใช้พลั่วเล็กขุดดินชื้น ๆ ก่อนหยิบก้อนดินขึ้นมาโยนใส่ตะกร้าไม้ไผ่
เมื่อได้ยินเสียงอามู่ถีเรียก เธอหันกลับไปพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่ดูห่างเหิน
“ฉันเจอยาสมุนไพรอยู่บ้าง พวกคุณทำธุระกันไปก่อนนะ อีกเดี๋ยวฉันก็เสร็จแล้ว!”
อามู่ถีบังเอิญเจอกับทหารลาดตระเวนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาคงกำลังจะลงเขา
ยาสมุนไพรที่เธอต้องเก็บยังขาดอีกหลายอย่าง จึงฉวยโอกาสขุดสมุนไพรที่หาได้ง่ายเพิ่มอีกหน่อย
ฉินซูหันกลับมายิ้ม ใบหน้าสะสวยมีเสน่ห์ราวกับงานแกะสลักปรากฏชัดในสายตาทุกคน
หลายคนมองตาค้าง รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมอันมืดทึบรอบตัวพลันสว่างไสวขึ้นมา
ภรรยาของผู้บังคับการกรมเซี่ยยิ้มหวานเหลือเกิน ทั้งยังผิวขาวสะอาดสะอ้าน ดวงตากลมโตใสกระจ่างราวกับพูดได้
“สวย...สวยเกินไปแล้ว!”
“ถ้าเป็นภรรยาผม ผมจะทะนุถนอมไว้ในฝ่ามือเลย”
ทหารหนุ่มสองสามคนเผลอมองฉินซูอย่างเหม่อลอย จนหลุดพูดความในใจออกมาโดยไม่รู้ตัว
ยังมีคนเอ่ยกลอนชมเธอด้วยว่า “นึกว่าเทพธิดาเหาะลงมาจากสวรรค์ รอยยิ้มเมื่อเหลียวมองยังงามยิ่งกว่าแสงดาว”
อามู่ถีเหลือบมองพวกเขาด้วยหางตา ก่อนตวาดเสียงเข้ม
“พอได้แล้ว! ลูกตาจะถลนออกมาอยู่แล้ว!”
สายตาดุดันพร้อมคำเตือนของเขาไม่เพียงทำให้พวกหนุ่มโสดกลุ่มนี้สำรวมขึ้น ตรงกันข้าม พวกเขากลับยิ่งมองฉินซูอย่างกระตือรือร้นกว่าเดิม
แววตาของพวกเขาตรงไปตรงมาไร้เดียงสา เป็นเพียงความชื่นชมและหลงใหลในสิ่งงดงาม ไม่มีเจตนาล่วงเกินแม้แต่น้อย
อามู่ถียังคงจ้องพวกเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
พี่สะใภ้เป็นภรรยาของพี่หลาน พวกเจ้าหนุ่มเหลือขอนี่จะมองอะไรกันนักหนา!
หัวหน้าหน่วยของกองร้อยสองเห็นอามู่ถีทำหน้าดุขึ้นเรื่อย ๆ จึงกระแอมเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
