เธอหันหลังวิ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ใกล้ที่สุด ไต่พรวด ๆ ขึ้นไปสูงหลายเมตร อามู่ถีมองเธออย่างงุนงง ยังไม่ทันเข้าใจอะไร ฉินซูก็ขึ้นไปอยู่บนต้นไม้แล้ว
เห็นอามู่ถียังยืนนิ่ง ฉินซูจึงตะโกนเสียงต่ำ “ฝูงหมูป่า! รีบขึ้นต้นไม้!”
สีหน้าอามู่ถีเปลี่ยนไป เขารีบวิ่งไปยังต้นไม้ทางซ้าย
เขาเพิ่งปีนขึ้นไปได้ไม่นาน ฝูงหมูป่าที่มีเขี้ยวแหลมคมก็วิ่งกรูเข้ามา ส่งเสียงร้องอู๊ด ๆ
นับรวมทั้งตัวเล็กตัวใหญ่แล้วมีไม่ต่ำกว่า 20 ตัว แต่ละตัวอ้วนพี แข็งแรง ดูก็รู้ว่ากินดีอยู่ดี
“ปัง!”
เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของหมูป่า
ฉินซูกับอามู่ถีที่เกาะอยู่บนต้นไม้เห็นกับตาว่าหมูป่าตัวหนึ่งถูกยิง
ฝูงหมูป่าที่ถูกยั่วโทสะตาแดงก่ำ วิ่งพล่านไปทั่วและพุ่งเข้าโจมตีทุกสิ่งที่ขวางหน้าอย่างบ้าคลั่ง
ฉินซูนั่งยอง ๆ อยู่บนง่ามไม้ มองภาพชุลมุนด้านล่าง คิ้วที่ขมวดแน่นไม่คลายลงเลย
หมูป่ามีพละกำลังต่อสู้ไม่ต่างจากสัตว์ดุร้าย แถมยังโจมตีได้รุนแรง เผลอเพียงนิดเดียวก็อาจถึงตาย
หากมีใครโผล่มาตอนนี้ คนนั้นย่อมกลายเป็นเป้าระบายอารมณ์ของพวกมัน
ต้นไม้ใหญ่ที่ฉินซูเกาะอยู่ถูกหมูป่าหลายตัวที่ตามกลิ่นมาพุ่งชนอย่างแรง
เธอกอดลำต้นไว้แน่น มองหมูป่าที่โถมชนต้นไม้ราวกับไม่กลัวตายด้วยสายตาเย็นชา
“อยู่ตรงนั้น!”
เสียงเด็กหนุ่มร้องอย่างตื่นเต้นดังมาจากพื้นดิน
ฉินซูหันไปตามเสียง เห็นเด็กหนุ่มหลายคนอายุราวสิบกว่าปี
ใบหน้างามเย็นชาของเธอพลันหม่นลง เธอตะโกนเตือนเสียงต่ำ “รีบขึ้นต้นไม้!”
เด็กหนุ่มหลายคนที่ไม่รู้จักกลัวเสือราวกับลูกวัวแรกเกิด จ้องหมูป่าตาเป็นประกาย ไหนเลยจะยอมฟังฉินซู
เด็กคนหนึ่งแบกปืนล่าสัตว์ เล็งไปยังหมูป่าที่พุ่งเข้าใส่พวกเขา
ปัง!
หมูป่าอีกตัวล้มลง
เด็กหนุ่มทั้งหลายยังไม่ทันได้เฮ ฝูงหมูป่าก็กรูกันพุ่งเข้าใส่พวกเขา
ในชั่วขณะที่โศกนาฏกรรมกำลังจะเกิดขึ้น ฉินซูคว้ากิ่งไม้ตรงหน้าแล้วกระโจนลงมา ร่างเพรียวบางเหวี่ยงอยู่กลางอากาศ
“รีบขึ้นต้นไม้!”
เธอตะโกนซ้ำด้วยเสียงที่ดังขึ้น
เสียงคำรามต่ำสะเทือนแก้วหูไม่เพียงทำให้เด็กหนุ่มทั้งหลายได้สติ แต่ยังดึงดูดความสนใจของฝูงหมูป่าด้วย
