ความรู้สึกเหนือกว่าที่ผุดขึ้นมาเองของเมียปา รวมถึงน้ำเสียงที่พูดราวกับเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว ทำเอาคนฟังแทบตาค้าง
นี่มันคำพูดประหลาดอะไรเนี่ย!
ฉินซูที่เหนื่อยล้าทั้งกายใจอยู่แล้ว ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
เธอผลักเซี่ยหลานจือที่แผ่กลิ่นอายอันตรายชวนหวาดหวั่นออกไป ก่อนหันไปจ้องเมียปา พออ้าปากก็สวนกลับทันควัน
“คิดจริง ๆ เหรอว่าทุกคนบนโลกเป็นบรรพบุรุษของเธอ แล้วต้องตามใจเธอหมด!”
“ดูสารรูปตัวเองสิ เหมือนคนเป็นอัมพาตครึ่งซีก พูดจาไม่ใช้สมองเลยหรือไง ลำไส้เชื่อมต่อถึงสมองแล้วหรือไง?”
“คนอย่างเธอมีชีวิตอยู่ก็ทำให้อากาศเป็นมลพิษ ตายไปก็เปลืองที่ดิน แม้แต่อึยังมีประโยชน์กว่าเธออีก!”
ฉินซูที่กำลังเดือดดาลสวนกลับรวดเดียวจนจบ ใบหน้างดงามจับตาแต้มสีแดงระเรื่อ
ดวงตาคู่สวยฉายแววดุดัน จ้องเมียปาที่อ้าปากค้างเขม็ง ราวกับกำลังมองขยะชิ้นหนึ่ง
ริมฝีปากของเมียปาสั่นระริก ก่อนจะด่ากราด “นังตัวดี! คอยดูเถอะว่าแม่จะไม่ฉีกปากแกได้ยังไง!”
เธอถกแขนเสื้อขึ้นแล้วพุ่งเข้าหาฉินซูราวกับนางมารร้าย
ขณะที่เมียปากำลังจะกระชากผมฉินซู ปากกระบอกปืนในมือเซี่ยหลานจือก็หันไปทางนั้น
เสียงดังแกร๊ก!
เสียงขึ้นลำกระสุนดังชัดเจน
อาวุธในมือเซี่ยหลานจือหันปากกระบอกไปยังพื้นตรงหน้าเมียปา
น้ำเสียงของเขาเย็นชา “ถอยไป! ปืนในมือผมลั่นง่ายนะ”
เมียปาที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะสบเข้ากับปากกระบอกปืนสีดำสนิท ร่างกายแข็งทื่อก่อนจะถอยหลังไปหลายก้าว
เธอพูดตะกุกตะกัก “คะ...คุณกล้าทำร้ายฉัน ชาวบ้านลั่วซีพัวไม่ปล่อยคุณไว้แน่”
ชาวบ้านทั่วลั่วซีพัวต่างต้องพึ่งพาตระกูลปา ไม่มีใครกล้าขัดใจพวกเขาสักเท่าไร
ถ้าเซี่ยหลานจือกล้าทำร้ายคน ชาวบ้านก็กล้ารวมตัวกันไปก่อเรื่องถึงค่าย 963
เมื่อเผชิญหน้ากับท่าทีหน้าไหว้หลังหลอกของเมียปา แววเย้ยหยันเย็นชาปรากฏขึ้นในดวงตาของเซี่ยหลานจือ
เขาเอียงหน้าไปมองเลขาธิการปา แล้วถามด้วยน้ำเสียงทุ้มแผ่วเบา “เลขาธิการหมู่บ้านได้ยินข่าวหรือยังว่า คณะกรรมการปฏิวัติกำลังจะถูกยุบ?”
