ผู้นำเป็นชายฉกรรจ์ขั้นเก้า ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจากดาบอันน่าสยดสยองลากยาวจากหางคิ้วลงมาถึงคาง
เขาวิ่งมาถึงหน้าซากปรักหักพัง กวาดตามองศพผู้ดูแลขั้นเก้าสามร่างบนพื้น แล้วมองกองซากที่ยังมีเศษดินร่วงกราว ก่อนจะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
คืนนี้ หอหมาบ้าสูญเสียสมุนธรรมดาไปหลายสิบคนแล้ว บัดนี้ยังมีจอมยุทธ์ขั้นเก้าเพิ่มมาอีกสามคน
เจ้าหน้าบากกลืนน้ำลาย ก่อนหันไปมองคนที่ถือพลองเหล็กลาย แล้วก้มคำนับอย่างนอบน้อม
“ผู้อาวุโสทรงพลังยิ่ง! ในที่สุดก็สังหารเจ้าหมอนั่นได้แล้ว!”
คนถือพลองมีรูปร่างสูงใหญ่ บ่ากว้างเอวหนา ยืนตระหง่านราวหอคอยเหล็ก
เขาสวมเสื้อคลุมสั้นเปิดอก เผยขนหน้าอกดำดกเป็นปื้น แขนทั้งสองข้างใหญ่กว่าต้นขาของคนทั่วไปเสียอีก
พลองเหล็กลายในมือมีขนาดใหญ่เท่าไข่ห่าน ลำพลองสลักลายเมฆจาง ๆ แสงจันทร์ตกกระทบจนสะท้อนประกายเย็นเยียบเฉพาะของเหล็กกล้า
หนึ่งในห้าผู้อาวุโสแห่งหอหมาบ้า สยงว่านซาน
ขั้นพลังปราณแท้ระดับแปด เชี่ยวชาญวิชาพลอง มีชื่อเลื่องลือเรื่องพละกำลังมหาศาลทั่วอำเภอเทียนเหมิน
ได้ยินว่าพลองเหล็กลายในมือเขาหนักถึง 86 ชั่ง เพียงฟาดลงครั้งเดียว จอมยุทธ์ขั้นเก้าต้องสิ้นชีพอย่างแน่นอน
สยงว่านซานกระแทกพลองเหล็กลายลงกับพื้น แผ่นหินยุบเป็นหลุม
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ก่อนเหลือบมองกองซาก เสียงทุ้มกระด้างประหนึ่งกระดาษทรายขัดเหล็ก
“รับพลองของข้าไปแล้ว ยังไงก็ต้องตายแน่”
