ชายหน้าบากยังไม่ทันได้ตั้งตัว มือเย็นเฉียบข้างหนึ่งก็ปิดปากเขาจากด้านหลังแล้ว
ฉึก!
ดาบปีกห่านแทงทะลุจากแผ่นหลัง ปลายดาบโผล่พ้นอกออกมา
ชายหน้าบากก้มมองปลายดาบที่ทะลุอก ร่างกระตุกสองครั้งก่อนจะทรุดลงกับพื้น
[ค่าประสบการณ์ +1]
[ค่าประสบการณ์ +1]
ฟางซิวสะบัดเลือดออกจากคมดาบ คร้านจะลากศพไปทิ้งด้วยซ้ำ เขาเหยียบคบเพลิงบนพื้น บดขยี้สะเก็ดไฟจนมอดดับ แล้วเดินหน้าต่อ
ฟางซิวราวกับบุกเข้ามาในคลังค่าประสบการณ์
เขาลอบจากตรอกขึ้นไปบนหลังคา แล้วกระโดดจากหลังคาลงสู่ลานบ้าน ดาบปีกห่านในมือแปรเปลี่ยนเป็นประกายเย็นเยียบไร้สุ้มเสียงนับไม่ถ้วน
ทุกดาบรวดเร็วถึงขีดสุด ทุกดาบมุ่งตรงเข้าใส่จุดตาย
ลูกสมุนระดับล่างเหล่านั้นไม่ทันแม้แต่จะเห็นเงาของเขา ก็ถูกปลิดชีพไปทีละคน
[ค่าประสบการณ์ +1]
[ค่าประสบการณ์ +1]
ฟางซิวนั่งยองอยู่บนสันหลังคา ใช้ผ้าขาดเช็ดเลือดบนคมดาบ
แสงจันทร์สาดลงบนร่างเขา ดวงตาที่โผล่พ้นผ้าปิดหน้าไร้คลื่นอารมณ์ สงบนิ่งประหนึ่งคนขายเนื้อกำลังนับว่าวันนี้เชือดหมูไปกี่ตัว
อ่อนแอเกินไป
พวกปลาซิวปลาสร้อยที่ยังไม่ถึงขั้นเก้าด้วยซ้ำ อ่อนแอราวกับทำจากกระดาษ
ฟันลงไปหนึ่งดาบก็ล้มไปหนึ่งคน ไม่มีใครคู่ควรให้เขาต้องออกดาบที่สอง
สายตาของฟางซิวกวาดลงจากสันหลังคา หยุดอยู่ตรงหัวมุมตรอกแห่งหนึ่ง
เบื้องล่าง ตรงหัวมุมตรอกมีคนยืนอยู่สามคน
ทั้งสามล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้า
คนที่เป็นหัวหน้าร่างกำยำล่ำสัน ใบหน้าเต็มไปด้วยเนื้อหยาบกร้าน มือถือดาบหัวผีหนักอึ้ง บนสันดาบร้อยห่วงเหล็กเก้าวง ขยับเพียงนิดก็ส่งเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง
ชายผู้นี้ไหล่กว้างเอวหนา กล้ามเนื้อทั่วร่างดันเสื้อผ้าจนพองตึง เพียงยืนอยู่ตรงนั้นก็ดูราวกับกำแพงเนื้อ
ขั้นเก้าลำดับที่สาม
ฟางซิวมองแวบเดียวก็รู้ทันที
พลังภายในกายคนผู้นี้ไหลเวียนทั่วร่าง เลือดลมเปี่ยมล้นถึงขีดสุด นี่คือเครื่องหมายของขั้นหลอมกายลำดับที่สาม พลังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
