ซูหว่านเบิกตากว้าง ใบหน้าเผยความตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด
เมื่อ 4 ปีก่อน เธอคลอดลูกแฝดชายหญิงจริง ๆ
เพียงแต่หลินเหวินชวนบอกเธอว่า ลูกชายคนหนึ่งเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด เหลือไว้เพียงลูกสาวคนเดียวคือหยาหยา
ที่แท้หลินเหวินชวนก็โกหกเธออีกแล้ว!
ซูหว่านอยากถามตัวเองในอนาคตให้รู้เรื่องเดี๋ยวนั้น
แต่ด้านหลังพลันมีเสียงฝีเท้าแว่วมา
มีคนมา!
ซูหว่านหลับตาลงชั่วครู่ กดคลื่นอารมณ์อันปั่นป่วนในใจเอาไว้ก่อน แล้วใช้นิ้วบีบขวดยาในกระเป๋าเบา ๆ
เธอหันกลับไป ก็เห็นอันธพาลหนุ่มสองคนจากหมู่บ้านข้าง ๆ เดินตรงมาหา
คนหนึ่งสูง คนหนึ่งเตี้ย ทั้งคู่มีรอยยิ้มหื่นกระหายบนใบหน้า สายตาจับจ้องเธอไม่วาง
“ซูหว่าน มาคนเดียวแล้วมาทำอะไรตรงนี้ล่ะ? มารอให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อนหรือไง”
“ผัวเธอกลับเข้าเมืองไปแล้ว ไม่สนใจเธอเลยสินะ เป็นแม่ม่ายทั้งเป็นคงทรมานแย่ คืนนี้พวกพี่สองคนจะอยู่เป็นเพื่อนเธอเอง!”
ซูหว่านฟังคำพูดลามกของทั้งสอง แล้วแสร้งทำเป็นลนลานถอยหลัง
“พวกคุณจะทำอะไร? ฉันเตือนแล้วนะว่าอย่ามาทำอะไรบ้า ๆ ฉันไม่ได้มาคนเดียว พี่ชวนก็อยู่ด้วย!”
“อย่างนั้นเหรอ? แล้วเขาอยู่ไหนล่ะ”
“พี่ชวน!”
ซูหว่านอ้าปากตะโกนเรียก
“ซูหว่าน เก็บแรงไว้เถอะ เดี๋ยวพี่จะทำให้เธอร้องไม่หยุดเอง!”
ชายร่างสูงยื่นมือมาคว้าตัวซูหว่านทันที
ซูหว่านร้องอุทาน แสร้งทำเป็นหวาดกลัวสุดขีด ก่อนหันหลังวิ่งเข้าไปในดงกก
อันธพาลทั้งสองหัวเราะหื่น ไล่ตามมาไม่ห่าง ปากก็ยังพ่นคำลามกไม่หยุด
จนกระทั่งซูหว่านหยุดกะทันหัน
“ทำไมไม่วิ่งต่อแล้วล่ะ?”
ชายร่างสูงหอบหายใจ สายตาลามกเลื่อนมองเนินอกของซูหว่านที่ขยับขึ้นลงอย่างไม่เกรงใจ
“ซูหว่าน เมื่อ 5 ปีก่อนเธอหนีฉันไปได้ครั้งหนึ่ง ทำเอาฉันอยากได้เธอมาตั้ง 5 ปีแล้วนะ พอมีลูกแล้วเอวคอด ๆ นี่กลับมีเสน่ห์กว่าเดิมอีก ครั้งก่อนเธอโชคดี มีคนมาช่วยไว้ คราวนี้ดูสิว่าจะหนีไปไหนได้!”
คำพูดนั้นราวกับเศษน้ำแข็งที่ทิ่มแทงหัวใจซูหว่านอย่างแรง
เรื่องราวที่ถูกฝังกลบมานาน 5 ปีพลันผุดขึ้นมาในใจ
ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนที่เธอกับหลินเหวินชวนจะแต่งงานกัน
ยามเย็น หลังจากทำบัญชีคะแนนให้กองการผลิตเสร็จ เธอเห็นว่าฝนใกล้จะตก จึงคิดจะลัดกลับบ้าน
ใครจะคิดว่าจะถูกอันธพาลร่างสูงคนนี้หมายตาเข้า
เขาลากเธอเข้าไปในป่า เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือสุดชีวิต แต่อันธพาลกลับใช้ผ้าเช็ดหน้ากดปิดปากและจมูกเธอไว้แน่น
บนผ้าเช็ดหน้ามียาสลบติดอยู่
สติของเธอค่อย ๆ พร่าเลือน
ในความเลือนราง เธอเหมือนเห็นเงาร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามา แล้วต่อสู้กับอันธพาลคนนั้น
อันธพาลไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายคนนั้น พอถูกจับไว้ก็เอาแต่ร้องขอชีวิต
แต่หลังจากชายคนนั้นปล่อยมือ มันก็ฉวยโอกาสตอนเขาเผลอ หยิบเศษหินขึ้นมาฟาดท้ายทอยเขาอย่างแรง
เธอได้ยินเสียงครางอู้อี้ของชายคนนั้น หลังจากนั้นความทรงจำก็เลือนรางไปบ้าง
เธอเหมือนฝันอะไรแบบนั้น
แถมยังเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมชายคนนั้นเอง ถอดเสื้อผ้าเขา แล้วฉวยโอกาสตอนเขาอ่อนแอ
พอตื่นขึ้นมา เธอก็นอนอยู่คนเดียวในถ้ำ บริเวณรอบกายไร้ผู้คน
ความผิดปกติบนร่างกายทำให้เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป
เธอมีสัมพันธ์กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งจริง ๆ
ข้างหูเหมือนยังมีเสียงแหบต่ำของชายคนนั้นดังก้องอยู่
“ไม่ต้องกลัว ผมจะรับผิดชอบคุณ รอผมกลับมานะ!”
แต่เธอไม่ได้รอให้ชายคนนั้นกลับมาอีก
สิ่งที่รออยู่กลับเป็นการตั้งท้องลูกของเขา!
เมื่อความทรงจำหวนคืน ซูหว่านมองอันธพาลสองคนที่กำลังเข้ามาใกล้ แววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก
เธอแสร้งทำเป็นลนลานถอยหลัง
ปลายนิ้วบิดเปิดขวดยาอย่างรวดเร็ว แล้วสาดผงยาใส่อันธพาลทั้งสอง
ข้างในเป็นผงยาสลบที่เธอตั้งใจค้นคว้าปรุงขึ้นมา ใช้ทำให้ระบบประสาทเป็นอัมพาตได้
พ่อของเธอเป็นหมอพื้นบ้านในหมู่บ้าน บรรพบุรุษเคยเปิดร้านขายยาในเมืองมาตั้งแต่ปลายราชวงศ์ชิง
แต่เธอไม่ชอบกลิ่นยาจีนมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่ยอมแตะต้องการรักษาคนเลย
หลังเรียนจบมัธยมปลาย เธอก็ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนน
ต่อมาเธอตั้งครรภ์และคลอดลูก ส่วนหลินเหวินชวนก็ถูกย้ายไปทำงานที่สหกรณ์สินค้าอุปโภคบริโภคในอำเภอ
เดิมทีเธอยังอยากทำงานบันทึกคะแนนต่อ
แต่ทนคำหว่านล้อมอ่อนหวานของหลินเหวินชวนไม่ไหว สุดท้ายก็ยกงานให้ไป๋เวย
เขาบอกว่าครอบครัวไป๋มีบุญคุณต่อเขา เขามองไป๋เวยเป็นน้องสาวมาตลอด
ตอนนี้ไป๋เวยอยู่ในหมู่บ้านเพียงลำพัง ไม่มีที่พึ่ง แถมร่างกายก็อ่อนแอ เธอในฐานะพี่สะใภ้ควรช่วยดูแลสักหน่อย
เธอหลงเชื่อคำโกหกของหลินเหวินชวน จึงยอมยกงานบันทึกคะแนนให้แต่โดยดี
หลังจากนั้นเพื่อเลี้ยงปากท้อง เธอถึงเริ่มเรียนรู้เรื่องการแพทย์จากพ่อ และสอบได้ใบรับรองหมอพื้นบ้าน
ลองคิดดูตอนนี้ เธอช่างโง่เง่าสิ้นดี ถูกชายหญิงสารเลวคู่นั้นหลอกปั่นหัวเสียจนอยู่หมัด!
ไม่นาน อันธพาลทั้งสองที่สูดผงยาสลบเข้าไปก็เริ่มตัวร้อนวูบวาบ สติเลอะเลือน กอดกันจูบปาก
ซูหว่านถอยไปยืนห่างออกมาไม่กี่ก้าวในจุดที่สะอาด มองทั้งคู่พัวพันกันตามสัญชาตญาณอย่างเงียบ ๆ
เวลานี้เอง เปลวไฟลุกโชนขึ้นไม่ไกล ผู้คนกลุ่มหนึ่งถือคบไฟกับตะเกียงน้ำมันเดินมาทางนี้
ไป๋เวยพาคนมาจับชู้จริง ๆ ด้วย!
ซูหว่านไม่รั้งรออีก รีบหันหลังหลบไปด้านข้าง
“โอ๊ย มีคนมามั่วสุมกันอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย!”
“สหายไป๋เวยบอกว่าเห็นหว่านหว่านเดินมาทางนี้กับผู้ชายสองคน หรือว่าหว่านหว่านจะทนเหงาไม่ไหวจนไปมีชู้จริง ๆ?”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะ หว่านหว่านดูเรียบร้อยเงียบ ๆ แท้ ๆ ไม่คิดเลยว่าลับหลังจะปล่อยตัวขนาดนี้!”
“...”
คนกลุ่มนั้นเดินตามเสียงมาถึงดงกกอย่างเอิกเกริก
ซูหว่านมองชาวบ้านที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันผ่านดงกกสูงท่วมหัว
ส่วนไป๋เวยยืนอยู่กลางฝูงชน มุมปากยกเป็นรอยยิ้มสมใจ
“หุบปากให้หมด! มืดขนาดนี้ พวกคุณยังมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเป็นใคร ใครอนุญาตให้ใส่ร้ายหว่านหว่านตามใจชอบ!”
คนที่พูดคือหัวหน้ากองการผลิตประจำหมู่บ้าน
และยังเป็นลุงใหญ่ของซูหว่าน ซูเจิ้นหัวด้วย
ซูหว่านที่หลบอยู่ในเงามืดมองใบหน้าเคร่งขรึมของลุงใหญ่ หัวใจก็อบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
สมกับเป็นลุงใหญ่ของเธอ ไม่พลอยเชื่อคำพูดคนอื่นไปด้วย
“เอ๊ะ ทำไมฉันได้ยินเหมือนเป็นเสียงผู้ชายสองคนเลยล่ะ?” ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
ชาวบ้านอีกคนที่หน้าหนารีบอาศัยแสงคบไฟชะโงกหน้าไปมองคนสองคนที่ยังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนพื้น
เวลานี้เอง อันธพาลสองคนที่กำลังมั่วสุมกันก็หยุดเคลื่อนไหวเสียที
พวกเขานอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ใบหน้าถูกแสงไฟส่องจนเห็นชัด
“โอ๊ย นี่ไม่ใช่เอ้อร์โก่วจื่อกับหัวเหลืองจากหมู่บ้านข้าง ๆ หรอกเหรอ? ไม่ใช่หว่านหว่านสักหน่อย!”
“ตายแล้ว ไอ้สารเลวสองคนนี้ เพิ่งถูกจับเพราะลักเล็กขโมยน้อยไปหยก ๆ พอถูกปล่อยออกมากลับก่อเรื่องบัดสีแบบนี้อีก!”
“ไม่ไหวแล้ว ฉันจะอ้วก!”
“...”
สีหน้าภาคภูมิใจของไป๋เวยพลันเปลี่ยนไป
ทำไมที่นี่ถึงมีแค่อันธพาลสองคนล่ะ?
แล้วซูหว่านหายไปไหน?
