คงเป็นเพราะตู้วิ๋นเซิงรู้ดีว่าตัวคนเดียวสู้สองคนอย่างกู้เจาเจาและเซี่ยเยี่ยนผิงไม่ได้ ฉะนั้นสองวันต่อมาเธอจึงอยู่อย่างสงบเรียบร้อย
ส่วนฝ่ายตระกูลเซี่ย เซี่ยเซิ่งหลินกับภรรยาแค่คิดถึงเงินที่กู้เจาเจาจ่ายไปก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ทำได้แค่ทำสีหน้าไม่พอใจ ที่เหลือไม่กล้าทำ เพราะถ้ากล้าด่าทอกู้เจาเจาโดยไร้เหตุผลสักคำ กู้เจาเจาก็จะโต้กลับสิบคำร้อยคำให้ได้ทันที ส่วนการทำสีหน้าใส่ กู้เจาเจาไม่แคร์ ตราบใดที่ไม่พูดออกมาตรง ๆ ใครจะรู้ว่าสีหน้านั้นตั้งใจทำให้ใครเห็น
เป็นอย่างนี้เรื่อยมาจนถึงวันที่สาม กู้เจาเจาก็ไปทำงาน
ฝั่งเอี๋ยนไห่ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันสัมภาษณ์ของกู้เจาเจา ก็ได้สืบประวัติของเธออย่างละเอียดแล้ว ภูมิหลังของกู้เจาเจาไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ด้านภาษาเธอถือว่ามีพรสวรรค์จริง ๆ ถึงแม้ตอนเรียนผลงานจะไม่โดดเด่นเท่าไร แต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะครูที่สอนภาษาต่างประเทศให้เธอตอนนั้นถูกส่งตัวลงไปทำงานที่อื่น เลยอาจทำให้เธอต้องเก็บความสามารถซ่อนไว้ไม่กล้าแสดงออก
เรื่องแต่งงานของกู้เจาเจาก็อยู่ในรายงานการสืบด้วย เมื่อเห็นว่าเธอก่อเรื่องในวันแต่งงานเพราะความไม่เป็นธรรมจากพ่อแม่ แสดงว่าเป็นคนไม่ยอมเสียเปรียบ แต่ก็ด่วนได้เหมือนกัน ต่อไปต้องสอนอีกเยอะ แต่คิดไปคิดมาเธอยังอายุน้อย ความใจร้อนก็เป็นเรื่องปกติ ต้องฝึกฝนอีกมาก
แต่หลัง ๆ เธอจัดการเรื่องได้สวย เรียกได้ว่าทวงความยุติธรรมให้ตัวเอง ส่วนตระกูลเซี่ยที่คิดจะแย่งงานของกู้เจาเจา เห็นแก่ตัว ใจดำ ไร้ความปรานี เอี๋ยนไห่ไม่มีความรู้สึกดี ๆ ต่อตระกูลเซี่ยเลยแม้แต่น้อย
