วันรุ่งขึ้น ตอนเซี่ยเยี่ยนผิงออกไปทำงาน เขาจงใจอ้อมไปตระกูลเซี่ย เมื่อเซี่ยเซิ่งหลินเห็นเซี่ยเยี่ยนผิงมามือเปล่า ก็อดบ่นพึมพำไม่ได้ว่า “มาเยี่ยมพ่อกับแม่ทั้งที ไม่รู้จักซื้ออาหารเช้ามาฝากบ้างเลย”
เขาไม่มีเงินเก็บ เงินที่เคยมีอยู่เล็กน้อยก็หมดไปกับหลานชายที่รักทุกเดือน ตอนนี้ไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงินเดือน ค่าอาหารการกินล้วนเป็นเซี่ยเยี่ยนผิงซื้อให้ เซี่ยเยี่ยนผิงขึ้นชื่อเรื่องตระหนี่ บอกว่าจะรับผิดชอบค่าอาหารของเขากับภรรยา และของเซี่ยเยี่ยนชิง ก็ให้แค่นั้นจริง ๆ ไม่เพิ่มให้อีกแม้แต่นิดเดียว
หลานชายทั้งสองเป็นเด็กที่เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อรั้งให้อยู่ต่อ อาหารของเด็ก ๆ ก็ต้องประหยัดมาจากปากของพวกเขา ก่อนหน้านี้เด็กเล็กกินนมผงเป็นหลัก นาน ๆ ทีถึงจะได้กินอาหารเสริมสักหน่อย แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว ไม่มีนมผง เหลือแค่โจ๊กแป้งข้าว ด้วยเหตุนี้ช่วงหลังเด็ก ๆ ถึงกินได้น้อยลงมาก ทั้งยังผอมลงด้วย
แต่แม้แต่โจ๊กแป้งข้าวนั่นก็ยังต้องประหยัดมาจากปากของเซี่ยเซิ่งหลินกับภรรยา ทำให้เซี่ยเยี่ยนถิงกับเซี่ยเยี่ยนชิงกินไม่อิ่มทั้งคู่ เซี่ยเยี่ยนถิงยังพอมีเงินติดกระเป๋าอยู่บ้าง จึงซื้อของกินข้างนอกมาเติมท้องได้ แต่เซี่ยเยี่ยนชิงนี่น่าสงสาร กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโตแต่ต้องอดหิว เรียกได้ว่าทรมานไม่น้อย
เซี่ยเซิ่งหลินกับอวี๋เยวี่ยชิวก็เป็นเหมือนกัน เมื่อก่อนตระกูลเซี่ยไม่กล้าพูดว่ากินดี แต่อย่างน้อยก็กินอิ่มได้เจ็ดแปดส่วน ไม่ต้องทนหิว แต่ตอนนี้เขาโหยหาอาหารมาก ถึงกับหวังว่าเซี่ยเยี่ยนผิงจะเอาของกินมาฝากบ้างตอนมาเยี่ยม
