"แก แกนี้มันอกตัญญูจริงๆ" เซี่ยเซิ่งหลินไม่คิดว่ากู้เจาเจาจะพูดแบบนี้ออกมาได้ เขาชี้หน้ากู้เจาเจาด้วยมือที่สั่นเทา
ในยุคนี้ความกตัญญูยังสำคัญมาก ผู้หญิงคนไหนที่เป็นลูกสะใภ้จะกล้าพูดจาอกตัญญูแบบนี้ได้ยังไง
ยุคนี้ไม่มีแนวคิดเรื่องการมอบความกตัญญูให้ผู้อื่น ตามที่พวกเขาว่ากัน ลูกสะใภ้ต้องกตัญญูต่อพ่อสามีแม่สามีเป็นเรื่องปกติ หากไม่กตัญญูต่อพ่อแม่สามีจะโดนคนนินทา
"อกตัญญู? คิดว่าตัวเองเป็นใคร พระเจ้าหรือไง ถึงได้พูดจาอกตัญญู กฎโบราณกล่าวไว้ว่า พ่อเมตตาลูกจึงกตัญญู หากพ่อไม่เมตตา ลูกก็ต้องหนีไปไกลๆ พ่อเมตตาก่อน ลูกถึงจะกตัญญูตาม เอามือทาบอกตัวเองได้เลยว่า แกมีความเมตตาต่อเซี่ยเยี่ยนผิงมากแค่ไหน" กู้เจาเจาพูดพลางทุบข้าวของไปด้วย เสียดายที่ของแตกได้ในห้องแทบจะถูกทุบจนหมดแล้ว เหลือแต่ของชิ้นใหญ่ที่ทุบยาก ในยุคนี้นายช่างฝีมือมีคุณค่ามาก ทุบนานขนาดนั้นก็แค่เก้าอี้พังสองตัว ที่เหลือถูกโยนทิ้งเกลื่อนกลาดบนพื้นแต่ไม่เสียหายอะไรมาก
"พอแล้ว พอแล้ว ถ้าพวกเธอไม่ยอมก็ช่างเถอะ" อวี๋เยวี่ยชิวเห็นท่าทางทุบข้าวและด่าทอของกู้เจาเจาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยห้าม
"เยี่ยนผิง ตอนนี้แกเป็นลูกชายคนเดียวของฉัน ของทั้งหมดของฉันในอนาคตก็เป็นของแก แกแน่ใจจะทะเลาะกับฉันแบบนี้หรือไง" เซี่ยเซิ่งหลินกัดฟันมองเซี่ยเยี่ยนผิง
เซี่ยเยี่ยนผิงหัวเราะเยาะ "พ่อ เทศกาลไหว้พระจันทร์ผ่านไปนานแล้ว ผมไม่กินขนมไหว้พระจันทร์หรอก"
แล้วยังเป็นของเขาอีกหรือไง ตอนที่ชีวิตดีๆ ยังไม่เคยให้อะไรเขาเลย ตอนนี้ชีวิตแย่ลงแล้วยังจะบอกว่าเป็นของเขา อยากทำให้เขาหัวเราะตายหรือไง?
