“มองอะไรอยู่?” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที
“หา?” หลินเฟิงยังตั้งตัวไม่ทัน เสียงห้าว ๆ นั่นมาจากใครกัน? แล้วเสียงออดอ้อนเมื่อกี้หายไปไหนแล้ว?
จากนั้นเขาก็แตะจมูก กระแอมเบา ๆ แล้วตอบว่า “ก็มองไปเรื่อย”
“ฉันว่านายกำลังมองแฟนเก่าอยู่มากกว่า!” เฉินเชี่ยนแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะฟาดตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง
เธอเป็นคนหวงแหนมาก ท่าทีของหลินเฟิงทำให้เธอหงุดหงิดสุด ๆ เธอไม่มีทางอดทนกล้ำกลืนเหมือนซูฉิงแน่
“แค่บังเอิญเจอ เลยแปลกใจนิดหน่อย อย่าเพิ่งโมโหสิ” หลินเฟิงขมวดคิ้ว ไม่พอใจกับเสียงดังของเธอ หากซูฉิงได้ยินเข้าคงกระอักกระอ่วนแย่
ตอนนี้เขาเริ่มเสียดายที่พาเฉินเชี่ยนออกมากินข้าวด้วยแล้ว เดิมทีแค่อยากหาใครสักคนมาคลายเหงา ไม่ได้คิดจะให้สถานะอะไรกับเธอ แต่ไม่คิดว่าเฉินเชี่ยนจะเข้าใจไปอีกอย่าง
ถ้าซูฉิงเข้าใจผิดขึ้นมาคงขายหน้าตาย
เพราะในสายตาของหลินเฟิง ตอนนี้เฉินเชี่ยนสู้ซูฉิงไม่ได้แล้ว
“อะไรล่ะ นายยังจะขึ้นไปทักเธออีกหรือไง?” เฉินเชี่ยนเป็นคนไม่ยอมรามือ เห็นได้ชัดว่าเสียงของเธอดังขึ้นเรื่อย ๆ จนคนที่กินข้าวอยู่ข้าง ๆ หันมามองอย่างแปลกใจ
หลินเฟิงยื่นมือขึ้นมาบังหน้าเงียบ ๆ แล้วปลอบเธอเสียงเบา “ไม่ต้องหรอก อย่าไปสนใจเธอ”
“แบบนี้ค่อยยังชั่ว” เฉินเชี่ยนถึงได้พอใจ แล้วหั่นเนื้อให้เขากินต่อ
หลินเฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเผลอมองไปทางหน้าต่าง
