“ได้สิ” ซูฉิงพยักหน้า ก่อนจะขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ
พอขึ้นรถ เธอถึงสังเกตว่าเสิ่นซิวเฉินแต่งตัวมาอย่างพิถีพิถันในวันนี้เหมือนกัน เขาจัดแต่งทรงผมมาอย่างดี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็กที่สะอาดเอี่ยม แถมยังมีกลิ่นหอมจาง ๆ ติดตัว
ซูฉิงไม่ได้รังเกียจผู้ชายใช้น้ำหอม ขอแค่ไม่ฉุนจนแสบจมูกก็พอ กลับทำให้เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดูสะอาดสะอ้านดี
เสิ่นซิวเฉินเปิดแผนที่นำทาง แล้วขับรถไปยังร้านอาหารที่จองไว้
ผ่านไปหนึ่งนาที ก็ยังไม่มีใครหาเรื่องมาคุย บรรยากาศจึงกระอักกระอ่วนอยู่หน่อย ๆ
ราวกับคนสองคนที่มานัดดูตัวกันเป็นครั้งแรก ทุกอย่างดูไม่คุ้นชินไปหมด แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะเคยกินข้าวด้วยกัน แต่ตอนนี้ก็นับเป็นการออกเดตอย่างเป็นทางการครั้งแรก
ฝ่ามือของซูฉิงเริ่มมีเหงื่อ เธอแอบนึกเสียดายที่ตอนเด็กเก็บตัวเกินไป ไม่ได้ฝึกศิลปะการพูดให้มากกว่านี้
พูดเก่งแค่นี้ ต่อไปจะเป็นสาวนักขุดทองที่สมบูรณ์แบบได้ยังไงกัน?
“วันนี้เธอแต่งตัวได้ดูสง่ามาก” เสียงเย็นใสจากข้างกายดังขึ้น เสิ่นซิวเฉินกำลังชมการแต่งตัวของเธอ
ชุดที่ซูฉิงใส่อยู่เป็นชุดที่ซื้อด้วยเงินของหลินเฟิงตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เป็นเดรสเข้ารูปสีฟ้าอ่อนที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แถมยังดูมีรสนิยม ผมของเธอรวบเป็นหางม้าต่ำพาดไว้ด้านหน้าอก ดูเรียบร้อยน่ารักอยู่ไม่น้อย
หลังจากปรับสภาพเส้นผมแล้ว ซูฉิงก็เปลี่ยนทรงผมเล่นทุกวัน ผมสวยสลวยเต็มศีรษะจะจัดทรงแบบไหนก็ดูดี ช่วยเติมเต็มความเสียดายที่ติดค้างมาตั้งแต่เด็กได้อย่างจุใจ
เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ และใส่คอนแท็กต์เลนส์ ขนตายาวงอนราวกับปีกผีเสื้อ ดึงดูดให้เสิ่นซิวเฉินเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเธออยู่เป็นระยะ
