เซี่ยเหยียนหยิบไข่ต้มสองฟองกับโยเกิร์ตไม่หวานหนึ่งแก้ว
ช่วงนี้กินของดีมากเกินไป จนเริ่มมีเค้าจะอ้วนขึ้น นั่งลงทีไรแทบมีห่วงยางสองชั้นพาดอยู่บนท้อง ต้องควบคุมอาหารสักหน่อยแล้ว
ซูเหมยค่อย ๆ กลืนไข่ลงไป พลางอุ้มจานอาหารเต็มใบมานั่งตรงข้ามเธอ พยักหน้าทักทายแล้วก็เริ่มกินอย่างตะกละตะกลาม
เซี่ยเหยียนหยุดมือ มองโต๊ะสี่ที่นั่งว่างเปล่า 11 ตัวด้านหลังอีกฝ่าย ปกติไม่เคยเข้าหาเธอก่อนเลย วันนี้ทำไมถึงมานั่งตรงหน้ากันได้
ตอนนั้นเอง ลู่เจวี๋ยก็ถือจานเดินเข้ามา ทิ้งตัวนั่งข้างเซี่ยเหยียน ตาโตจ้องซูเหมยอย่างไม่สบอารมณ์อยู่หลายครั้ง
เซี่ยเหยียนกลับสงบนิ่ง จิบโยเกิร์ตอีกอึกแล้วมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง
ฝนหยุดตกไปนานแล้ว เหลือเพียงเมฆบาง ๆ ลอยบดบังแสงแดด บนถนนมีแต่แอ่งน้ำ ซอมบี้เดินย่ำอยู่ในนั้นจนเกิดระลอกคลื่น กระทบก้อนหินที่นูนขึ้นมาเป็นวงแล้ววงเล่า
ร้านค้าฝั่งตรงข้ามถนนกับอาคารพักอาศัยสูงตระหง่านที่อยู่ด้านหลังเสียหายจนแทบไม่เหลือสภาพ เหล็กเส้นโผล่ออกมา กรอบหน้าต่างห้อยค้างอยู่กลางอากาศ ถูกลมพัดจนสั่นไหวเหมือนจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ
ช่างแตกต่างจากพื้นโรงแรมที่สะอาดสะอ้านและอาหารรสเลิศอย่างเห็นได้ชัด
ที่หนึ่งราวกับสวรรค์ อีกที่หนึ่งราวกับนรก
หลังจากกินเสร็จ เซี่ยเหยียนก็ไม่รีบร้อนออกไปไหน นั่งรอซูเหมยอยู่ที่เดิมอย่างใจเย็น
วันนี้เธอก็ต้องไปแล้ว คงมุ่งหน้าไปแนวหน้าสินะ?
‘ระบบ อาหารที่นี่เอาออกไปได้ไหม’ เซี่ยเหยียนถามในใจ
ถ้าเอาออกไปได้ เธอต้องทำกำไรได้ก้อนโตแน่ จะได้อัปเกรดและเปิดบริการพิเศษเพิ่ม