อ้อ เข้าใจแล้ว ที่แท้คะแนนเพิ่มขึ้นก็เพราะอย่างนี้นี่เอง
“ระบบ ตั้งป้ายใหญ่ไว้ในห้องอาหารเช้า เขียนว่า ห้ามนำอาหารออกไป” เซี่ยเหยียนยื่นถาดเปล่าให้สงสง แล้วสั่งให้มันเอากลับไปที่ห้องอาหารเช้า
หลังบันไดมีลิฟต์สูงครึ่งเมตรอยู่ตัวหนึ่ง เป็นลิฟต์ส่วนตัวของมัน
ถึงสงสงจะสูงพอ ๆ กับเธอ แต่พอเดินไปถึงหน้าลิฟต์ มันก็จะย่อตัวลงให้มีขนาดพอดี รวมถึงสิ่งของทุกชิ้นที่ถืออยู่ด้วย
เซี่ยเหยียนจึงมักสั่งให้มันขึ้นไปทำธุระที่ชั้นสองอยู่บ่อย ๆ
“ระบบ เอาป้ายใหญ่อีกแผ่นไปติดบนผนังห้องโถง เขียนกฎของร้านลงไปด้วย”
ทันใดนั้น บนผนังว่างด้านซ้ายของห้องโถงก็ปรากฏป้ายเด่นสะดุดตาขึ้นมาแผ่นหนึ่ง
“ข้อหนึ่ง ห้ามทะเลาะวิวาทหรือก่อเรื่องในร้านโดยเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนจะถูกตักเตือนและปรับในครั้งแรก ครั้งที่สองจะถูกไล่ออกและขึ้นบัญชีดำ หากกระทำร้ายแรงจะถูกกำจัดทันที”
“ข้อสอง หากทำข้าวของในร้านเสียหาย ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับ 500-100000 คะแนน พร้อมไล่ออกและขึ้นบัญชีดำ หากเจตนาร้ายรุนแรงจะถูกกำจัดทันที”
“ข้อสาม ผู้ที่ลักขโมยทรัพย์สินของร้าน ผู้ที่จงใจรบกวนผู้เช่ารายอื่นในร้าน หรือผู้ที่ยุยงให้เกิดความขัดแย้ง จะถูกส่งไปเที่ยวเล่นในกองซอมบี้หนึ่งวัน”
“ข้อสี่... ยังคิดไม่ออก ไว้เพิ่มทีหลังแล้วกัน อ้อ เขียนท้ายสุดด้วยว่า ร้านนี้ขอสงวนสิทธิ์ในการตีความทุกประการ”
เซี่ยเหยียนพูดกฎแต่ละข้อ ข้อความก็ปรากฏบนป้ายตามนั้น
เธออ่านทวนรอบหนึ่งแล้วรู้สึกว่าใช้ได้
จังหวะนั้นเอง หลี่เซิงหลงกับไท่สี่ซินเดินลงมา พอเห็นป้ายที่เพิ่มขึ้นบนผนัง ทั้งคู่ก็อ่านด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นกฎเข้มงวดขนาดนั้น ไท่สี่ซินไม่ได้โมโห แต่กลับเดือดดาลขึ้นมา
เขานึกถึงอาหารเช้าที่ถูกยึดไปเมื่อครู่ ความหงุดหงิดและโกรธเกรี้ยวพลันปะทุขึ้นในใจ
