เซี่ยเหยียนนอนไม่ค่อยหลับตลอดทั้งคืน เธอตื่นเต้นจนกวาดซื้อของในเมืองอาหารไปทั่ว จนกระทั่งใกล้รุ่งสางถึงค่อยหลับตาลง
คงได้นอนไปแค่สามชั่วโมงเห็นจะได้
นาฬิกาปลุกในห้องอาหารเช้าดังขึ้น กระชากเธอลุกจากเตียงอย่างไม่ปรานี
เซี่ยเหยียนลืมตาพร่ามัว ความง่วงจากการนอนไม่เต็มอิ่มทำให้รู้สึกอึดอัดไปหมด แม้แต่หัวใจก็ยังไม่สบาย
แต่ระบบคอยแจ้งเตือนว่าเธอต้องขึ้นไปเปิดห้องอาหารเช้า และยังบอกด้วยว่ามีลูกค้ารออยู่หน้าประตูแล้ว
เธอจึงจำใจต้องแปรงฟันล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเดินออกไปด้วยขาที่อ่อนปวกเปียก
ระหว่างทางเธอหาวไม่หยุด พอขึ้นไปถึงชั้นสองก็เห็นลูกค้าจากห้องทั้งสามห้องรออยู่หน้าห้องอาหารเช้าจริง ๆ
ไม่มีใครสนใจใคร ต่างคนต่างยืนอยู่คนละมุม
เมื่อเห็นเซี่ยเหยียนขึ้นมาเสียที หลี่เซิงหลงกับไท่สี่ซินก็พลันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา มองเธอที มองยอดฝีมือจากห้อง 201 ที
เซี่ยเหยียนไม่ทันสังเกตเห็น ทั้งยังไม่มีแรงแม้แต่จะทักทาย เธอเดินอืดอาดไปที่ประตู จับมือจับแล้วกดเบา ๆ ประตูก็เปิดออกทันที ไฟด้านในสว่างขึ้นเองด้วย
ไท่สี่ซินทำหน้าเหลือเชื่อ เมื่อครู่พวกเขาลองเปิดประตูบานนี้แล้ว แต่ดันอย่างไรก็ไม่ขยับ แม้แต่นิดเดียว
ใครจะคิดว่าเซี่ยเหยียนแค่กดเบา ๆ ก็เปิดได้...
จิ่งอี้ม่ายที่เอนกายพิงกำแพงอยู่หรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อเห็นเซี่ยเหยียนเปิดประตูได้อย่างง่ายดาย เขาเองก็เคยลองแล้ว ต่อให้มีพลังพิเศษระดับ 5 ก็ยังเปิดประตูไม้บาง ๆ บานนี้ไม่ได้...
ทุกคนต่างครุ่นคิดกันไปต่าง ๆ นานา มีเพียงลู่เจวี๋ยที่ส่งเสียงร้องเฮด้วยความดีใจ กระโดดโลดเต้นตามเข้าไปอย่างไร้กังวล
“ว้าว! ของกินน่าอร่อยเต็มไปหมดเลย!” ลู่เจวี๋ยมองอาหารเช้าหลากหลายชนิดที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า ยกสองมือขึ้นป้องปาก ดวงตาแทบกลายเป็นรูปหัวใจ
