มู่หนานเฟิงกดหว่างคิ้วแรง ๆ เขาไม่เข้าใจว่าตนเป็นคนเปิดเผยและใจกว้าง เหตุใดจึงมีบุตรชายที่คิดละเอียดอ่อนเช่นนี้
เขามองไปทางจิ่งฟาง...
นี่ลูกชายเจ้านะ
จิ่งฟาง...
ลูกชายเจ้า ลูกชายเจ้านะ!
……
มู่ซีฉือนั่งกอดเข่าอยู่บนขั้นบันไดตรงปลายทางเดินยาว สะอึกสะอื้น “ฮือ ๆ ตั้งแต่จือจือมา คนทั้งบ้านก็เปลี่ยนไปหมด…เราเกลียดแบบนี้ที่สุด!”
สาวใช้คนหนึ่งเกล้าผมมวยผมสองจุก สวมเสื้อกระโปรงสีดอกท้อ รูปร่างอรชร ถือโคมไฟเดินเข้ามา “คุณชายน้อย จือจือทำให้ท่านโกรธอีกแล้วหรือเจ้าคะ?”
มู่ซีฉือชะงักไป ก่อนจะเช็ดน้ำตาบนใบหน้า “วันนี้จือจือเอาหมาของเราไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต”
นางคือชุนหัว สาวใช้คนสนิทของเขา ปีนี้อายุสิบสามแล้ว
ชุนหัวกล่าวว่า “คุณชายน้อย ท่านเป็นหลานชายคนโตของเรือนใหญ่ ในอนาคตจวนอัครมหาเสนาบดีทั้งจวนย่อมเป็นของท่าน จือจือกับคุณหนูห้าล้วนเป็นคนนอก ท่านจะปล่อยให้พวกนางมาข่มเหงท่านได้อย่างไร บ่าวเห็นว่าท่านควรข่มจือจือให้เข็ด จะได้เป็นการเตือนคุณหนูห้าไปในตัวด้วยเจ้าค่ะ”
“……” มู่ซีฉือเม้มปาก มองนางด้วยสายตาแปลกใจ ราวกับไม่รู้จักนาง
ชุนหัวพูดต่อ “ตอนนี้กล้าแย่งหมาของท่าน วันหน้าก็กล้าแย่งทรัพย์สมบัติของท่าน บ่าวเห็นว่าแม่ลูกคู่นี้ควรถูกขับไล่ออกไป พวกนางไม่ใช่คนอยู่นิ่งเฉยได้หรอกเจ้าค่ะ”
สีหน้ามู่ซีฉือพลันขรึมลง “ที่นี่เป็นบ้านของท่านป้า และเป็นบ้านของจือจือด้วย ท่านปู่กับท่านย่าให้กำเนิดท่านป้า จากนั้นท่านพ่อแต่งงานกับท่านแม่ จึงมีเรา ต่อให้เราต้องไป ท่านป้าก็ไม่ควรไป”
