รุ่งขึ้น ยามเที่ยง
จือจือถือของหวานถั่วลิสงหนึ่งชาม มุ่งหน้าไปยังสวนกิมเฟิง
มารดาให้นางนำของหวานถั่วลิสงไปให้มู่ซีฉือกิน
ชุนหัวเพิ่งออกมาจากสวนกิมเฟิง ตอนทั้งสองเดินสวนกัน จือจือก็ได้กลิ่นเหม็นโชยมา
กลิ่นเหม็นนี้เหมือนกับกลิ่นที่ทำร้ายท่านตา ลู่หวั่นถิง และผังชิงชิงไม่มีผิด
“แค่ก ๆ ข้าคือชุนหัว เป็นสาวใช้ใกล้ชิดของคุณชายน้อย!” ชุนหัวไม่พอใจที่จือจือเมินนาง จึงจงใจเน้นคำว่า ‘ใกล้ชิด’ เป็นพิเศษ
ภายในจวนลือกันว่า ชุนหัวหน้าตางดงาม อีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจได้รับเลือกจากฮูหยินใหญ่ให้เป็นสาวใช้ห้องหอของมู่ซีฉือ
ชุนหัวจึงหยิ่งผยองนัก
จือจือ: ???
“อ้อ” จือจือพยักหน้าอย่างงุนงง แล้วยื่นของหวานถั่วลิสงให้ชุนหัว “เช่นนั้นเจ้าก็นำไปให้เซี่ยวฉือฉือเถอะ”
ความริษยาลุกโชนในดวงตาชุนหัว เด็กหญิงที่เป็นตัวถ่วงเช่นนี้ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งนาง?
เด็กสาวตัวเล็ก ๆ อย่างนางคู่ควรกับการสวมผ้าไหม ประดับดอกไม้ผ้า แล้วใช้ชีวิตสุขสบายเช่นนี้หรือ?
ที่บ้าน มีแต่น้องชายเท่านั้นที่ได้สุขสบาย ส่วนพวกนางพี่น้องห้าคนต้องซักผ้าทำกับข้าว ออกเรือนไปแลกสินสอด แล้วคอยปรนนิบัติน้องชาย
“เจ้าได้ยินไม่ชัดหรือ? ข้าเป็นสาวใช้ใกล้ชิดของคุณชายน้อย เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า” ชุนหัวระบายความไม่พอใจในใจใส่จือจือ
“เพราะเหตุใด?” จือจือเอียงศีรษะ “เจ้าไม่ใช่สาวใช้หรือ?”
“ข้าไม่ใช่สาวใช้ธรรมดา ข้าเป็นสาวใช้ใกล้ชิดต่างหาก!” ชุนหัวโมโหจนขึ้นเสียง
จือจือพยักหน้า “ใช่แล้ว เช่นนั้นเจ้าก็ยังเป็นสาวใช้อยู่ดี”
ชุนหัวโกรธจนอกกระเพื่อมแรง “ต่อให้ข้าเป็นสาวใช้ เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์สั่งข้า เพราะเจ้าไม่ใช่คนตระกูลมู่ แถมยังเป็นแค่เด็กผู้หญิง ท่านอัครมหาเสนาบดีรับเจ้าไว้ก็เพียงเพราะสงสารแม่ลูกอย่างพวกเจ้า มิฉะนั้นเหตุใดจึงไม่ให้เจ้าแซ่มู่? เจ้านับเป็นนายที่แท้จริงตรงไหน?”
