บนบ่ากับศีรษะของหลี่ฝานมีเกล็ดหิมะเกาะหนา เขาเร่งฝีเท้าไปถึงหน้าเตียง ก่อนจะหยิบสมุนไพรประหลาดที่มีสีเขียวใสราวหยก ทั้งยังมีใบบัวเก้าใบแผ่ซ้อนกันเป็นชั้นออกมาจากอกเสื้อ
กลิ่นอายอันอ่อนโยนแผ่กระจายออกมา เพียงได้สูดกลิ่นก็ทำให้ความอัดอั้นในอกสลายไปจนหมด จิตใจปลอดโปร่งสดชื่น
สามวันที่ผ่านมา ซุนหัวต้องรับมือกับพิษคั่งประหลาดในร่างหูเตี๋ย จนเหนื่อยล้าทั้งกายใจไปนานแล้ว แต่พอเห็นสิ่งนี้ ดวงตาของเขาก็พลันเปล่งประกายขึ้นมา
“ดี! ดี! มาทันเวลาพอดี!”
ซุนหัวไม่กล้ารอช้า รีบหยิบชามใบเล็กที่สะอาดกับสากตำยาออกมา ก่อนรับบัวเก้าใบมาด้วยความระมัดระวัง
เขาตำยา กรองน้ำ แล้วใส่ลงในหม้อยา เติมน้ำและเคี่ยวด้วยไฟอ่อน พอน้ำเดือดก็เติมสมุนไพรที่ไม่รู้จักลงไปอีกหลายชนิด
ครึ่งชั่วยามต่อมา น้ำยาเขียวใสชามหนึ่งซึ่งเปล่งประกายเรืองรองจาง ๆ ก็เคี่ยวจนเสร็จในที่สุด
ยามนี้หูเตี๋ยยังคงหลับตาสนิท ริมฝีปากซีดขาวราวกระดาษ ผิวกายไร้สีเลือด ลำคอระหงขยับขึ้นลงแผ่วเบา ลมหายใจอ่อนแรงราวกับจะขาดห้วงลงในชั่วพริบตา
“บัวเก้าใบเปี่ยมด้วยพลังชีวิต ใบบัวทุกใบล้วนแฝงพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินอันเข้มข้นและพลังอันบริสุทธิ์แข็งแกร่ง พอดีจะข่มพิษประหลาดเย็นยะเยือกในร่างหูเตี๋ยได้ เพียงป้อนให้นางกิน ไม่นานก็จะฟื้นขึ้นมา!”
ซุนหัวถือถ้วยยาเดินกลับไปข้างเตียง เอ่ยเสียงขรึมอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ดี ให้ข้าจัดการเอง”
หลี่ฝานรับถ้วยยามา แล้วประคองหูเตี๋ยให้ลุกขึ้นนั่งพิงไหล่เขาอย่างแผ่วเบา จากนั้นค่อย ๆ ป้อนน้ำยาเข้าปากนางทีละช้อน
เมื่อยาซึมผ่านลำคอไปได้ไม่นาน ร่างของหูเตี๋ยที่นอนอยู่บนเตียงก็สั่นสะท้าน แก้มซีดขาวค่อย ๆ มีสีเลือดฝาดขึ้นมาให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า
