หลี่ฝานกวาดตามองทุกคน ก่อนส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ในโลกนี้ มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้นที่ชี้ขาดแพ้ชนะได้!”
“ดังนั้นนับแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดพลังวัวคลั่ง รวมถึงวิชาหมัด มวย และอาวุธให้ทุกคนโดยไม่คิดค่าตอบแทน!”
“ผู้มีพรสวรรค์ย่อมเปลี่ยนแปลงตนเองและก้าวเข้าสู่วิถียุทธ์ได้ ส่วนผู้ไร้พรสวรรค์ก็ยังฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรง ต้านทานศัตรู และปกป้องบ้านเกิดได้!”
ทันใดนั้น ทั้งลานพลันฮือฮา ก่อนเสียงโห่ร้องกึกก้องราวสะเทือนฟ้าจะดังขึ้น!
ก่อนหน้านี้แม้แต่ข้าวยังแทบไม่พอกิน ย่อมไม่มีแก่ใจฝึกยุทธ์
แต่หลังจากเผชิญภัยโจรและสงคราม ทั้งยังได้เห็นหลี่ฝานทะยานขึ้นสู่จุดสูงส่ง ทุกคนต่างเลื่อมใสศรัทธา บัดนี้จึงปรารถนาจะครอบครองพลังอันแข็งแกร่งกันถ้วนหน้า!
พวกเขาเองก็เคยคิดจะขอให้พี่หลี่สอน แต่ต่างรู้ดีว่าวิชาฝึกฝนไม่อาจถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ง่าย ๆ
ใครจะคิดว่าวันนี้พี่หลี่จะยินดีถ่ายทอดวิชาให้ทุกคนด้วยตนเอง!
ทุกคนต่างรีบสมัครกันอย่างกระตือรือร้น แม้แต่คนชรา เด็ก และสตรีที่อ่อนแอก็ไม่เว้น!
ทว่าหลี่ฝานตัดสินใจแล้วว่าจะสอนฉินชิงซาน หลี่เทียนเว่ย และเว่ยต้าลี่ทั้งสามคนก่อน จากนั้นค่อยให้พวกเขาถ่ายทอดวิชาต่อไป
นับแต่นั้น หมู่บ้านหลิ่วซู่ก็เกิดกระแสฝึกฝนอันคึกคักขึ้นทั่วทั้งหมู่บ้าน
……
เวลาผ่านไปอีกหลายวัน
ฟ้ายังไม่ทันสาง ชาวบ้านก็เริ่มฝึกฝนกันที่ลานตากข้าวแล้ว
เหล่าหนุ่มวัยฉกรรจ์กับเด็ก ๆ รวมกันเจ็ดแปดคน นั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อฟางหนานุ่ม ตั้งใจฟังหลี่เทียนเว่ยกับฉินชิงซานอธิบายเคล็ดวิชาลมปราณภายใน
เคล็ดพลังวัวคลั่งเป็นวิชาระดับสามัญที่ต่ำต้อยที่สุด เส้นทางการเดินพลังมีเพียงการโคจรผ่านเส้นลมปราณหลักหลายสายทั่วร่างจนครบรอบใหญ่ แล้วหลอมรวมสู่ตันเถียน เท่านี้ก็ถือว่าก้าวข้ามธรณีประตูแล้ว
