“ในเมื่อเคล็ดวิชาสามารถหลอมรวมและยกระดับได้ เช่นนั้นก็ยกระดับคุณภาพทั้งหมดเสียเลย!”
หลี่ฝานขยับความคิด แล้วใส่ค่าพลังปราณโลหิตที่เหลือทั้งหมดลงในเคล็ดวิชา
ส่วนสองแต้มสุดท้าย หลี่ฝานเก็บไว้ให้เคล็ดพลังวัวคลั่ง
จากที่ได้เรียนรู้มาจากกองปราบยุทธ์ สิ่งสำคัญที่สุดในขั้นผู้ฝึกหัดยุทธ์คือการทำให้ตันเถียนแข็งแกร่งมั่นคง จนกว่าจะก่อรูปอย่างสมบูรณ์ จึงจะมองเห็นขอบเขตขั้นถัดไปได้
ดังนั้น วิชาที่ช่วยเสริมรากฐานอย่างเคล็ดพลังวัวคลั่ง จึงเป็นสิ่งที่ต้องหมั่นฝึกฝนเพิ่มเติม
ทว่าในขณะที่หลี่ฝานเพิ่งใช้แต้มเสร็จและกำลังจะไปฝึกตน
เสียงประตูดังเอี๊ยดเบา ๆ ก่อนถูกผลักเปิด หูเตี๋ยก้าวเข้ามาในห้อง
“ต้าหลาง งานเลี้ยงยามเย็นใกล้เริ่มแล้ว คนทั้งหมู่บ้านกำลังรอท่านอยู่ เราไปกันตอนนี้เลยหรือไม่?” หูเตี๋ยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาเปี่ยมรักจับจ้องหลี่ฝาน
หลี่ฝานส่ายหน้า “ผู้บัญชาการกองพันจากกองปราบยุทธ์มอบโอสถให้ข้าขวดหนึ่ง กินแล้วจะช่วยเพิ่มปราณแท้ในร่างกายและเร่งให้ตันเถียนก่อรูป ข้าคิดว่าจะฉวยโอกาสนี้ลองดูสักครั้ง”
“ไปงานเลี้ยงก่อนเถิด คนแก่เด็กเล็กทั้งหมู่บ้านรออยู่ข้างนอก หากท่านไม่ไป ไม่มีใครกล้าลงมือกินก่อนหรอก” หูเตี๋ยเร่งเร้าเสียงนุ่มนวล
“เช่นนั้นก็ได้ ข้าทำเพื่อเห็นแก่เจ้าหรอกนะ”
เมื่อเห็นแววคาดหวังเต็มดวงตาของภรรยา หลี่ฝานก็ยิ้มบาง ๆ ในที่สุด ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปพร้อมนาง
ที่ลานนวดข้าว ผู้คนเต็มพื้นที่โล่งจนแน่นขนัด
บนโต๊ะไม้เรียบง่ายมีอาหารร้อนกรุ่นวางเต็ม ส่วนม้านั่งสำหรับชำแหละหมูก็ถูกใช้เป็นที่วางกับข้าวเช่นกัน
เด็ก ๆ หิวจนกัดนิ้ว ร้องไห้ขอกินเนื้อ แต่กลับถูกพ่อแม่และผู้ใหญ่ดุเอา
