เพิ่งออกจากกองปราบยุทธ์มาได้ไม่กี่ก้าว หยางเอ้อร์วายกับคนอื่น ๆ ซึ่งรอคอยอยู่ตรงนี้อย่างกระวนกระวายก็รีบเข้ามาหา สีหน้าร้อนใจไม่ต่างกัน
“พี่ฝาน ในที่สุดท่านก็ออกมาเสียที! พวกเรารอท่านอยู่ที่นี่ตั้งครึ่งค่อนวัน ใจคอแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว!”
“นั่นสิ พี่หลี่ คนของทางการไร้ไมตรีที่สุด พวกเรากลัวจริง ๆ ว่าพวกเขาจะหาเรื่อง ยัดข้อหาอะไรก็ได้แล้วกักตัวท่านไว้ข้างใน เช่นนั้นคงแย่แน่!”
แววห่วงใยในดวงตาของทุกคนปิดไม่มิด ต่างเป็นห่วงความปลอดภัยของเขาจากใจจริง
ชีวิตของคนทั้งหมู่บ้านล้วนเป็นหลี่ฝานที่เสี่ยงตายช่วยไว้ บัดนี้เขาจึงเป็นที่พึ่งของหมู่บ้านหลิ่วซู่ทั้งหมู่บ้าน จะเกิดเรื่องผิดพลาดแม้แต่น้อยไม่ได้
เมื่อเห็นท่าทางของทุกคน หลี่ฝานก็รู้สึกอบอุ่นในใจ เขาโบกมืออย่างไม่แยแสแล้วกล่าวว่า
“วางใจเถอะ ไม่มีอะไรหรอก”
“อีกอย่าง คราวนี้ทางการให้เงินรางวัลมา พวกเราก็ถือโอกาสซื้อสุราเนื้อและของกิน กลับไปจัดโต๊ะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน ให้ทุกคนได้ครึกครื้นและมีความสุขกันสักมื้อ!”
พอได้ยินเช่นนั้น หยางเอ้อร์วายก็รีบโบกมือปฏิเสธ “พี่ฝาน ไม่ได้เด็ดขาด! ทางการมอบรางวัลให้ท่านเป็นการเฉพาะ เพราะความชอบที่สังหารโจรค่ายเมฆาทมิฬ นี่เป็นสิ่งที่ท่านสมควรได้รับ พวกเราจะมีสิทธิ์รับส่วนแบ่งได้อย่างไร? เงินรางวัลของท่านแตะต้องไม่ได้เด็ดขาด!”
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างพากันเห็นด้วย แต่ละคนยืนกรานหนักแน่น
“พี่หลี่ ทุกครั้งล้วนเป็นท่านที่เสี่ยงตายปกป้องหมู่บ้าน พวกเราถึงรอดมาได้ คนที่ควรสำนึกในบุญคุณของท่านก็คือพวกเรา จะใช้เงินจากความชอบของท่านอีกไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นพวกเราคงรู้สึกผิดจนไม่อาจสบายใจ!”
เมื่อเห็นทุกคนดื้อดึง หลี่ฝานก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “ข้าบอกแล้วว่าเงินก้อนนี้จะเอามาให้ทั้งหมู่บ้านใช้ร่วมกัน ไม่ต้องพูดมากอีก”
