จากนั้น หลี่ฝานใช้เวลาอีกห้าวันเต็ม วาดเส้นทางชีวิตของตู้หงออกมาเป็นแผนผัง
หมอนี่อยู่ที่ไหนเวลาใด ใช้เส้นทางไหน ข้างกายมีคนกี่คน เปลี่ยนเวรกันตอนไหน ช่วงใดที่การลาดตระเวนหละหลวม...
เรื่องราวแต่ละอย่างล้วนละเอียดครบถ้วน หลี่ฝานจดบันทึกไว้ทั้งหมด แล้วค่อย ๆ จับแบบแผนได้
จากนั้น ในวันที่เจ็ด ตู้หงก็มาที่สถานสงเคราะห์ฉือโหย่ว
วันนี้ตู้หงมาจุดธูปตามปกติ เขาคุกเข่าอยู่หน้าองค์พระ ประนมมือ ใบหน้าอ้วนท้วนเปี่ยมด้วยความศรัทธา ปากพึมพำไม่หยุด ทว่าสิ่งที่ขอก็หนีไม่พ้นเรื่องทางโลกอันละโมบอย่างขอให้เงินทองไหลมาเทมา อายุยืนร้อยปี
พระพุทธรูปทอดพระเนตรลงมา ราวกับกำลังมองเขาด้วยความเมตตา
หลังจุดธูปเสร็จ ตู้หงก็ลุกขึ้น แล้วเดินไปยังเรือนด้านหลังท่ามกลางการห้อมล้อมขององครักษ์ วันนี้เขาอารมณ์ดีไม่น้อย
เพราะเพิ่งมีเงินก้อนโตเข้าบัญชี อีกทั้งลูกค้าทางใต้ก็สั่งสินค้าเพิ่มอีกชุดหนึ่ง แถมจ่ายเงินมัดจำแล้ว
หากส่งสินค้าเที่ยวนี้ออกไปได้ เขาก็จะมีเงินเข้าบัญชีอีกหลายพันตำลึง
ทว่าในตอนนั้นเอง พลันมีเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังมาจากด้านหลัง
“ใคร?” ตู้หงหันขวับ องครักษ์ทั้งสี่ก็หันตาม มือจับด้ามดาบไว้พร้อม
ชายชุดเทาคนหนึ่งปรากฏตัวใต้ระเบียงตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ หมวกคลุมศีรษะบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่ง
ดวงตาคู่นั้นดูอ่อนเยาว์ แต่เย็นเยียบราวกับดาบสองเล่ม
“ท่านเป็น...”
ตู้หงยังเอ่ยคำว่า ‘ใคร’ ไม่ทันจบ ชายชุดเทาก็ลงมือแล้ว
รวดเร็วยิ่ง!
หลี่ฝานเร่งวิชาก้าวอสนีบาตจนถึงขีดสุด เงาสีเทาวูบไหวใต้ระเบียง องครักษ์ทั้งสี่เพียงรู้สึกว่าตาพร่า ยังไม่ทันชักดาบ ก็ได้ยินเสียงฉึบ ฉึบ ฉึบ ฉึบ เบา ๆ สี่ครั้ง
