“ข่าวที่เจ้าบอกมา แทบไม่มีประโยชน์กับข้าเลย” หลี่ฝานตอบเสียงเรียบ
“นี่เป็นแค่แห่งแรกเท่านั้น ที่หอเก็บสมบัติของสำนักงานใหญ่ยังมีของสิ่งนี้เก็บไว้อีกบ้าง แต่เงินซื้อไม่ได้ ต้องใช้คะแนนคุณูปการแลกมา”
“ต้องใช้กี่คะแนนถึงจะแลกได้หนึ่งชิ้น?”
“ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด พรุ่งนี้ข้าจะส่งข่าวกลับไปถามสำนักงานใหญ่” เยียนจือพูดจบก็กล่าวต่อว่า
“อีกสามวัน ใต้ต้นไหวโบราณทางใต้ของเมือง จะมีคนมารับเจ้า”
เยียนจือหมุนพัดกลมในมือ เดินไปได้สองก้าวก็พลันหันกลับมา ขยิบตาให้หลี่ฝาน “จริงสิ คุณชายหลี่ ต่อไปเมื่ออยู่ในหอ อย่าลืมเรียกข้าว่าท่านเจ้าหอ หากเรียกผิด...”
“พี่สาวคนนี้จะโกรธเอานะ”
จากนั้นเยียนจือก็หัวเราะคิกคัก แววตาเจือความนัยบางอย่างที่ยากจะพรรณนา นางบิดเอวเดินหายไปในฝูงชน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของดอกซิ่งที่ยังอบอวลอยู่ปลายจมูกของหลี่ฝานเนิ่นนาน
หลี่ฝานยืนอยู่กับที่ มองแผ่นหลังสีเขียวหมึกที่เลือนหายไปในฝูงคน ครู่ใหญ่จึงส่ายหน้าเบา ๆ
“น่าสนใจ...”
……
สามวันต่อมา ใต้ต้นไหวโบราณทางใต้ของเมือง
ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดา สวมเสื้อคลุมผ้าสีเทาเดินมาหาหลี่ฝาน ประสานหมัดคารวะแล้วกล่าวว่า
“นายท่านหลี่ เจ้าหอให้ข้ามารับท่าน เชิญตามข้ามา”
ชายหนุ่มพาหลี่ฝานเลี้ยวไปเลี้ยวมา ผ่านตรอกกว่าสิบสาย ก่อนหยุดลงหน้าร้านแห่งหนึ่งซึ่งแขวนป้ายร้านผ้าแพรเหิงจี้ไว้
ด้านหลังร้านมีพื้นที่กว้างขวางซ่อนอยู่ หลังเดินผ่านทางเดินยาวเหยียดและผลักประตูลับบานหนึ่งออก เบื้องหน้าก็พลันเผยโถงใต้ดินขนาดใหญ่
กลางโถง เยียนจือนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ ก้มหน้าอ่านสมุดเล่มหนึ่ง
เมื่อเห็นหลี่ฝานเข้ามา นางก็เงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ “มาแล้วหรือ”
