จ้าวเหล่าเอ้อร์ถือคบเพลิงวิ่งนำหน้า ส่วนลู่เจี้ยนจวินถือปืนล่าสัตว์ตามหลังมาติด ๆ
กลางคืนเดินบนหิมะได้ลำบาก มองทางไม่ชัด ทั้งยังต้องรีบไปให้ถึงโดยเร็วที่สุด ทั้งคู่จึงทำได้เพียงเดินลัดเลาะฝ่าพุ่มไม้
“ทางนี้!”
จ้าวเหล่าเอ้อร์เลี้ยวเข้าไปในป่าสนแห่งหนึ่ง แสงไฟส่องให้เห็นลานโล่งเล็ก ๆ เบื้องหน้า
อาศัยแสงสลัว ลู่เจี้ยนจวินมองเห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่กลางลาน
ชายคนนั้นยืนพิงต้นสนใหญ่ มือชูคบเพลิงที่กำลังลุกไหม้ โบกไล่ฝูงหมาป่าที่ล้อมอยู่รอบ ๆ
เขาอายุราว 50 ปี รูปร่างไม่สูงนัก ข้างเท้ามีปืนล่าสัตว์ล้มอยู่กระบอกหนึ่ง แต่แขนซ้ายของเขาถูกฉีกเสื้อบุนวมขาดเป็นแถบใหญ่ เลือดยังคงซึมออกมาไม่หยุด
“เจี้ยนจวิน ยิงเลย!”
จ้าวเหล่าเอ้อร์ตะโกน พลางขว้างคบเพลิงใส่หมาป่าตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด
จากนั้นทั้งคู่ก็ยกปืนขึ้นเล็งพร้อมกัน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนกับปืนประสานเป็นหนึ่งเดียว หรือแค่โชคดีจริง ๆ
ลู่เจี้ยนจวินลั่นไกนัดหนึ่ง กระสุนพุ่งเข้าใส่หน้าอกหมาป่าตัวหนึ่ง เลือดกระเซ็นเป็นวงกว้าง
หมาป่าตัวนั้นร้องโหยหวน ก่อนจะล้มลงบนหิมะทันที
หมาป่าตัวอื่น ๆ ตกใจเสียงปืนจนถอยไปหลายก้าว แต่ไม่ได้หนีไปไหน ยังคงยืนห่างออกไปสิบกว่าก้าว จ้องมาทางนี้ด้วยดวงตาสีเขียวเรืองแสง
จ้าวเหล่าเอ้อร์อาศัยจังหวะนั้นพาลู่เจี้ยนจวินพุ่งไปถึงตัวชายชรา แล้วดึงเขามาไว้ด้านหลัง
ชายชราหอบหายใจ เสียงแหบพร่าเอ่ยว่า
“สหาย พวกคุณ...”
“อย่าเพิ่งพูด!”
จ้าวเหล่าเอ้อร์ย่อตัวลงเก็บปืนล่าสัตว์จากพื้น คัดปลอกกระสุนเปล่าออก แล้วบรรจุกระสุนใหม่
