ลู่เจี้ยนจวินกับจ้าวเหล่าเอ้อร์สบตากัน ต่างก็เห็นแววตื่นตระหนกในดวงตาของอีกฝ่าย
ส่วนเรื่องจะตำหนิจางเส้าผิงที่บุ่มบ่ามนั้น พวกเขาไม่มีแก่ใจจะคิดเลย
จางเส้าผิงเป็นห่วงความปลอดภัยของทั้งคู่ ถึงกับลากเลื่อนตามมาจนถึงที่นี่ สำหรับคนขี้ขลาดอย่างเขา การทำได้ถึงขนาดนี้ก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว
ขณะที่ลู่เจี้ยนจวินกำลังคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ทหารที่สวมปลอกแขนสีแดงก็เบนสายตาไปทางอื่น ยกปืนขึ้นกวาดมองไปรอบป่า
ทหารหนุ่มอีกคนทำตามเขา เล็งปืนไปยังความมืด ไม่ได้เหลือบมองเลื่อนอีกเลย
จ้าวเหล่าเอ้อร์เห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา จึงเข้าใจว่าทหารสองคนนี้จงใจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
พวกเขาเป็นคนของกองบัญชาการกองทหาร ไม่ใช่คนของหม่าเต๋อเซิ่ง ทั้งยังไม่มีเรื่องบาดหมางกัน จึงไม่จำเป็นต้องยุ่งเรื่องของคนอื่น
ถึงอย่างไร ในป่าลึกแบบนี้ ใครบ้างจะไม่มีเรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้?
ลู่เจี้ยนจวินก็เห็นเช่นกัน
เขาย่อตัวลง มองซากหมาป่าบนพื้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นกะทันหันว่า
“สหายทั้งสอง เอาหมาป่าสามตัวนี้กลับไปเถอะ”
“พวกคุณก็อยู่บนเขาจนหนาวสั่นมาทั้งคืน จะให้กลับไปมือเปล่าก็ไม่ได้ เอากลับไป อย่างน้อยก็มีอะไรให้รายงาน”
“ถ้าเมื่อกี้พวกคุณไม่มาถึง พวกเราสามคนคงถูกหมาป่ากินจนไม่เหลือซากแล้ว”
ทหารร่างสูงหันกลับมา ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าแล้วพูดว่า
“สหาย พูดแบบนี้ได้ยังไง... พวกเราแค่ได้ยินเสียงปืนเลยรีบมา ตอนมาถึงหมาป่าก็ถูกไล่ไปแล้ว จะไปแย่งความดีความชอบได้ยังไง?”
