ดื่มกันไปสามรอบ ทั้งสี่คนก็ค่อย ๆ เริ่มมึนกรึ่ม
หลัวจินเป่าเลือกภัตตาคารนี้ก็มีเหตุผลของเขา คนที่มากินข้าวที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนจากสถานีเครื่องจักรกลการเกษตร
แค่ได้นั่งร่วมโต๊ะดื่มกินกันในภัตตาคารแห่งนี้ ลู่เจี้ยนจวินก็ได้ทำความรู้จักหน้าค่าตาของคนเหล่านั้นไปทีละคน
และในวงเหล้านี่เอง ลู่เจี้ยนจวินถึงได้รู้ว่า หลังจากฟางอ้ายหมินพาหมาป่ากลับไปในตอนนั้น ก็ไปหาหลัวจินเป่าทันที
หลังตรวจสอบจนแน่ใจแล้ว ถึงได้รายงานเรื่องที่ลู่เจี้ยนจวินช่วยคนไว้ให้กองบัญชาการกองทหารทราบ
ส่วนเรื่องหมี ลู่เจี้ยนจวินไม่รู้ว่าหลัวจินเป่ารู้หรือเปล่า แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่พูด เขาก็ไม่ถาม
หลังแยกย้าย หลัวจินเป่าก็ไปส่งลู่เจี้ยนจวินถึงสถานีเครื่องจักรกลการเกษตร
“กลับไปนอนเร็ว ๆ นะ ส่วนมื้อเช้า ทางกองบัญชาการกองทหารมีให้ แต่ต้องจ่ายเงิน นายตัดสินใจเอาเองแล้วกัน”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป ฝีเท้ายังมั่นคงดี ดูไม่ออกเลยว่าดื่มไปตั้งเยอะ
ลู่เจี้ยนจวินผลักประตูหอพักเข้าไป กลิ่นอับอุ่น ๆ ก็ปะทะหน้า
ในห้องมีเพียงแสงแดงเรื่อจากเตา ส่องให้เห็นเตียงหลายหลังที่สูงต่ำไม่เท่ากัน
เสียงกรนกับเสียงกัดฟันดังสลับกันไปมาไม่ขาดสาย
ลู่เจี้ยนจวินคลำทางในความมืดจนเจอเตียงของตัวเอง อยู่ด้านในสุดชิดกำแพง
ผ้าห่มผืนนี้เสี่ยวจินช่วยปูให้ตอนบ่าย ระหว่างที่เขาไปรับชุดทำงาน
ผ้าห่มหนานุ่ม ห้องก็อบอุ่นดี แต่ลู่เจี้ยนจวินกลับพบว่าตัวเองนอนไม่หลับเลย
