เสิ่นเวยเวยชะงัก รีบร้อนถอยหลังจนล้มลงไปด้วย แต่โชคดีกว่าลู่หมิงเหวิน แค่หัวแตกเท่านั้น เธอร้องโอดโอยไม่หยุด
หมิงชิงเหยียนตบมือเบา ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ดีเลย จะได้ไม่ต้องทำให้มือฉันสกปรก!”
ลู่หมิงเหวินกุมขา ชี้หน้าหมิงชิงเหยียนแล้วด่ากราด “หมิงชิงเหยียน เธอคิดว่าตัวเองยังเป็นทายาทวีรชนเหมือนเมื่อก่อนหรือไง? ตอนนี้เธอก็แค่เด็กกำพร้า ไม่มีใครคอยหนุนหลัง หาเรื่องตายชัด ๆ!”
หมิงชิงเหยียนหัวเราะเย็นชา “ใครกันแน่ที่หาเรื่องตาย เดี๋ยวต่อไปนายก็รู้เอง!”
ลู่หมิงเหวินชะงัก เมื่อสบเข้ากับประกายเย็นเยียบในดวงตางดงามของหญิงสาว ความหนาวเหน็บเสียดกระดูกพลันโอบล้อมไปทั่วร่าง
“หมิงชิงเหยียน ฉันจะแจ้งตำรวจ ฉันจะแจ้งความเธอ!” ลู่หมิงเหวินตะโกนลั่น
“ตามใจ นายเป็นคนขวางรถฉันเอง แล้วก็ล้มลงไปเอง เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? แต่ลู่หมิงเหวิน ถ้าอยากมีขาดี ๆ อีกข้างละก็ เป็นไปไม่ได้แล้ว!”
ลู่หมิงเหวินชะงัก ก่อนจะร้องโหยหวนออกมา
ผู้คนรอบข้างเห็นภาพตรงหน้าแล้วต่างหดคอด้วยความตกใจ
พวกเขาเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงที่ทั้งวางอำนาจและหยิ่งผยองขนาดนี้เป็นครั้งแรก!
เสิ่นเวยเวยปีนขึ้นมาจากขั้นบันได แล้วตะโกนเสียงดัง “หมิงชิงเหยียน ผู้หญิงใจร้ายอย่างเธอ ต่อให้ทั่วทั้งเมืองหลวงก็ไม่มีใครกล้าแต่งงานด้วย รอขึ้นคานไปจนแก่เถอะ แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่กับชื่อเสียงท้องก่อนแต่งไปจนตาย! ถึงตอนนั้นลูกของเธอก็จะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะไปตลอด!”
แววตาหมิงชิงเหยียนมืดลง เธอเอ่ยเสียงเข้ม “หนวกหู!”
เธอเกี่ยวเท้าเข้ากับหนังสือที่เสิ่นเวยเวยทำตกไว้ก่อนหน้านี้ แล้วเตะมันลงไป หนังสือกระแทกศีรษะเสิ่นเวยเวยพอดี จนอีกฝ่ายหมดสติไป
ลู่หมิงเหวินเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าหมิงชิงเหยียนจะกล้าทำอะไรตามใจเช่นนี้ ชั่วขณะนั้นเขาไม่กล้าพูดอะไรอีก
เวลานั้นเอง ผู้อำนวยการชุยเดินออกมาจากข้างใน พอเห็นภาพตรงหน้าก็ชะงักไป ก่อนรีบเดินมาหาหมิงชิงเหยียนแล้วถามเสียงเบา “สหายหมิง นี่มัน...”
“ผู้อำนวยการชุย ผู้อำนวยการลู่คนใหม่ของสถาบันคุณกับผู้ช่วยแอบมีสัมพันธ์กันในห้องทำงาน ฉันเห็นเข้าพอดี เขายังคิดจะทิ้งคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกันในอีกครึ่งเดือนด้วย รบกวนผู้อำนวยการชุยช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนด้วยค่ะ” หมิงชิงเหยียนพูดเสียงเรียบ พลางชี้ไปยังเสิ่นเวยเวยที่หมดสติอยู่ “ถ้าไม่เชื่อ คุณลองให้คนตรวจดูโคนขาของเสิ่นเวยเวยได้เลย มีรอยนิ้วมือที่ผู้อำนวยการลู่เพิ่งบีบไว้ เอาไปตรวจเปรียบเทียบก็รู้เรื่องแล้วค่ะ!”
พอหมิงชิงเหยียนพูดจบ ผู้คนก็พากันฮือฮา
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง เรื่องเด็ดขนาดนี้เลยหรือ!
ผู้อำนวยการชุยขมวดคิ้วอย่างเย็นชา ก่อนเหลือบมองลู่หมิงเหวินด้วยสายตาเย็นเยียบ
หมิงชิงเหยียนขึ้นรถแล้วขับออกไป
ผู้อำนวยการชุยมองลู่หมิงเหวินที่นอนฟูมฟายอยู่บนพื้น แล้วรีบสั่งให้คนพาเขาไปโรงพยาบาล
ท่ามกลางฝูงชน หลายคนกำลังซุบซิบกันเสียงเบา
“สหายหญิงคนนั้นเป็นใครกัน? ดูเก่งกาจมากเลย!” หญิงวัยกลางคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ก่อนหน้านี้เดินเข้ามาถาม
“คุณไม่รู้จักเธอด้วยเหรอ? เธอเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลหมิง วีรชนผู้ก่อตั้งประเทศที่ยังมีชีวิตอยู่ เก่งกาจมาก ทั้งเอาแต่ใจและหยิ่งผยอง แถมหน้าตาสวยสะดุดตา อายุแค่ 18 ก็มีลูกสาวโดยยังไม่ได้แต่งงาน นี่คงอยากหาพ่อขัดตาทัพให้ลูก แต่สุดท้ายก็พังไม่เป็นท่า!”
หญิงวัยกลางคนลองนึกถึงหน้าตาของหมิงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ดี เด็กคนนั้นหน้าตาน่ารัก โดยเฉพาะดวงตากลมโตกับสันจมูกโด่ง ช่างเหมือนลูกชายของเธอตอนเด็ก ๆ เสียจริง ลูกชายของเธอเป็นหมันอยู่แล้ว หาผู้หญิงมาคอยดูแลเขาสักคน แถมยังได้ลูกสาวมาเลี้ยงด้วย เท่ากับได้เป็นพ่อคนแบบไม่ต้องออกแรง!
เวลานี้บนรถจี๊ป หมิงชิงเหยียนขับรถไปพลางพูดกับหมิงเหมี่ยวเหมี่ยวไปพลาง “เหมี่ยวเหมี่ยว ดูท่าแม่คงต้องหาพ่อคนใหม่ให้หนูแล้วล่ะ!”
“แม่คะ ไม่มีพ่อก็ไม่เป็นไร แม่เก่งอยู่แล้ว!” หมิงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตเป็นประกาย
หมิงชิงเหยียนยิ้ม หัวใจเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ
สำหรับเธอ จะมีผู้ชายอยู่ในบ้านหรือไม่ก็ไม่สำคัญ เธอแค่กังวลว่าพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจะพูดจาไร้สาระจนสร้างปัญหาให้เหมี่ยวเหมี่ยว!
“ท้องก่อนแต่ง” “ตัวถ่วง” “ลูกนอกคอกที่ไม่มีใครต้องการ” คำพูดพวกนี้เธอได้ยินมานับหมื่นครั้งแล้ว ไม่เคยเก็บมาใส่ใจแม้แต่คำเดียว แต่เหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งอายุ 5 ขวบ ไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้!
หมิงชิงเหยียนเหยียบคันเร่ง น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดเรื่องงาน “ถ้ามีพ่อ ก็จะไม่มีใครกล้าพูดให้ร้ายแม่หรือรังแกหนู เหมี่ยวเหมี่ยว แม่จะหาพ่อดี ๆ ให้หนูอีกคน!”
เหมี่ยวเหมี่ยวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
ลู่หมิงเหวินเปลี่ยนใจ เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจ แค่คิดว่าการต้องหาผู้ชายคนใหม่เป็นเรื่องยุ่งยากอยู่บ้าง
หมิงชิงเหยียนเพิ่งกลับถึงบ้านได้ไม่นาน หญิงวัยกลางคนคนนั้นก็สืบจนรู้ที่อยู่ตระกูลหมิง แล้วตามมาหาถึงบ้าน
“คุณว่าอะไรนะคะ จะให้ฉันแต่งงานกับลูกชายคนเล็กของคุณ?” หมิงชิงเหยียนชะงัก มองหญิงตรงหน้า
ดูจากท่าทางก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นข้าราชการ ผมสั้นยาวแค่ใบหู ดูเข้มแข็งและคล่องแคล่ว
“ใช่! ฉันชื่อโจวหมิ่น สามีฉันเป็นผู้บัญชาการเขตทหาร หนิงหลงซิน ส่วนลูกชายคนเล็กชื่อหนิงเป่ยวั่ง เป็นนักบิน ก่อนหน้านี้เกิดอุบัติเหตุจนยืนไม่ได้ แถมยังสูญเสียความสามารถในการมีลูกด้วย”
“เมื่อกี้ฉันอยู่ที่สถาบันวิจัยการทหาร ได้ยินว่าคุณรักษาขาของผู้อำนวยการลู่จนหายได้ แถมยังคิดจะหาพ่อให้ลูก ฉันชอบลูกของคุณมาก และก็ต้องการคนแบบคุณมาช่วยดูแลลูกชายฉันจริง ๆ!”
“ถ้าคุณยอม ลูกสาวของคุณก็จะเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของตระกูลหนิง ฉันขอสาบานต่อท่านเหมา จะเลี้ยงดูเธอเหมือนหลานสาวแท้ ๆ ของตัวเอง!”
หมิงชิงเหยียนขมวดคิ้ว เธอพอรู้จักตระกูลหนิงซึ่งเป็นตระกูลของผู้บัญชาการเขตทหารอยู่บ้าง ในตอนนั้นฐานะของทั้งสองตระกูลพอ ๆ กัน แต่เพราะอยู่คนละเขตทหาร จึงไม่เคยไปมาหาสู่กัน
แต่ตอนนี้กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
ตระกูลหนิงมีอิทธิพลมากในเขตทหารเมืองหลวง ส่วนคดีใส่ร้ายตระกูลของเธอยังไม่ได้รับการชำระความ
“เรื่องที่คุณก่อไว้ที่สถาบันวิจัยการทหารวันนี้อาจสร้างปัญหาให้คุณนิดหน่อย ฉันรู้ว่าคุณไม่สนใจ แต่ถ้าต้องเจอผู้ชายคนนั้นอีก คุณคงรู้สึกแย่” โจวหมิ่นพูดต่อ “ฉันจะช่วยจัดการให้เอง!”
“ถ้าคุณตกลง ฉันจะให้เงินค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,000 หยวน คุณจะใช้เท่าไรก็ได้ ต่อไปถ้ารักษาขาของเป่ยวั่งจนหายได้ ตระกูลหนิงจะยกบ้านพร้อมลานให้คุณหนึ่งหลัง และคนทั้งบ้านจะสำนึกในบุญคุณของคุณ จะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”
โจวหมิ่นหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา “ลองดูสิ นี่รูปลูกชายคนเล็กของฉัน หล่อมากเลย!”
หมิงชิงเหยียนยังไม่ทันได้ดู หมิงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ชะโงกหน้าเข้าไปก่อน มองแวบเดียวก็ชอบทันที “แม่คะ พ่อใหม่คนนี้หล่อกว่าลู่หมิงเหวินตั้งเยอะ!”
หมิงชิงเหยียนก้มมองแวบหนึ่ง ชายหนุ่มสวมชุดสีเขียวทหาร ติดกระดุมจนมิดชิด ริมฝีปากบางเฉียบ สันจมูกโด่ง หล่อเย็นชาและดูสำรวมเรื่องรักใคร่ น่าเสียดายก็แต่ยังหนุ่มยังแน่นกลับพิการเสียแล้ว!
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างไรเธอก็แค่ต้องการพ่อในนามให้ลูกเท่านั้น!
การเป็นหลานสาวของผู้บัญชาการหนิงแห่งเขตทหารเมืองหลวง ก็เพียงพอจะทำให้คนบางกลุ่มหุบปากได้แล้ว!
“ฉันมีเงื่อนไขค่ะ!” หมิงชิงเหยียนเงยหน้าขึ้นพูด
“ได้สิ บอกมาเลย ขอแค่คุณยอมแต่งงานกับลูกชายฉัน!” โจวหมิ่นรีบตอบ
“การแต่งงานครั้งนี้ ฉันต้องเป็นคนยุติเอง!” หมิงชิงเหยียนพูดเสียงเบา
“ได้ ไม่มีปัญหา!” โจวหมิ่นตอบเสียงเบา ก่อนถอนหายใจ “คุณยังสาว จะให้เป็นแม่ม่ายทั้งที่สามียังอยู่ก็ไม่ได้ สามปีนะ ถ้าครบสามปีแล้วเป่ยวั่งยังยืนไม่ได้ และคุณเจอคนที่เหมาะสม อยากแต่งงานแล้วจากไป ก็แล้วแต่คุณเลย!”
หมิงชิงเหยียนพยักหน้า “ตกลงค่ะ!”
โจวหมิ่นดีใจมาก รีบช่วยหมิงชิงเหยียนเก็บข้าวของทันที
“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ?” หมิงชิงเหยียนเอ่ยอย่างจนใจ
เธอยังไม่รู้เลยว่าโจวหมิ่นเป็นภรรยาผู้บัญชาการจริงหรือเปล่า แต่คงไม่มีใครกล้าเอาชื่อผู้บัญชาการมาแอบอ้างหลอกคนหรอกมั้ง?
“เป่ยวั่งไล่คนดูแลไปแล้ว 8 คน พี่เลี้ยงอีก 10 คน ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่เข้าห้องน้ำมา 3 วันแล้ว แถมยังขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่ยอมพบใคร ฉันกลัวว่าถ้าช้าไปอีกวัน คุณยังไม่ได้จดทะเบียนก็ต้องกลายเป็นแม่ม่ายแล้ว!” โจวหมิ่นพูดอย่างจนใจ
หมิงชิงเหยียนชะงัก ไม่แปลกเลยที่โจวหมิ่นจะรีบร้อนตามมาถึงบ้าน ที่แท้หนิงเป่ยวั่งก็รับมือยากขนาดนี้!
โจวหมิ่นให้คนขับรถพาหมิงชิงเหยียนกับลูกสาวไปส่งที่บ้านตระกูลหนิง แต่ยังไม่ทันได้เข้าไปในบ้านก็อ้างว่ามีงานต้องจัดการแล้วรีบจากไป ท่าทางเหมือนในคฤหาสน์ตระกูลหนิงมีสัตว์ร้ายอยู่
คนขับช่วยหมิงชิงเหยียนกับลูกสาวขนสัมภาระ พอข้าวของเพิ่งมาถึงหน้าห้องโถง ชั้นบนก็มีเสียงครืดคราดดังลงมา ก่อนใครคนหนึ่งจะกลิ้งลงบันไดมาจนถึงปลายเท้าหมิงชิงเหยียน
