เงิน 300 หยวน ไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย
ต้องรู้ก่อนว่าในยุคนี้ คนงานได้เงินเดือนแค่หลักสิบหยวน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชาวประมงที่หาเลี้ยงชีพจากทะเล
แต่ฟู่หว่านกล้าเรียกเงินจำนวนนี้ ก็เพราะรู้ว่าบ้านเสิ่นมีเงินก้อนนี้อยู่
แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าจะต้องควักเงินเก็บของบ้านเสิ่นออกมาจนหมด
ตอนแต่งเข้าบ้านเสิ่น สินสอดมี 60 หยวน พ่อของเธอให้เงินสินเดิมมา 100 หยวน เงินทั้งหมดถูกเสิ่นตงเซิงเอาไปใช้ด้วยข้ออ้างต่าง ๆ เธอย่อมต้องเอาเงินก้อนนี้คืน
หลายปีมานี้เธอทำงานสารพัดอย่างไม่เคยหยุด เรียกค่าจ้างสัก 200 หยวนก็ไม่มากเกินไปหรอก!
ส่วนค่าเลี้ยงดูเสิ่นหลิงหลิง ตอนนี้ลูกสาวเพิ่งอายุ 5 ขวบ ยังต้องรออีกสิบกว่าปีกว่าจะบรรลุนิติภาวะ
ถ้าเรียกค่าเลี้ยงดู ก็เท่ากับว่าเสิ่นหลิงหลิงต้องติดต่อกับบ้านเสิ่นต่อไป ไม่แน่ว่าโตขึ้นอาจต้องเลี้ยงดูเสิ่นตงเซิงอีก
ครอบครัวน่ารังเกียจแบบนี้ เธอเคยเจอมากับตัวเองก็พอแล้ว จะไม่ยอมให้ลูกสาวต้องมาแปดเปื้อนอีกแม้แต่นิดเดียว
ส่วนเรื่องที่เสิ่นตงเซิงจะให้ใครเลี้ยงยามแก่ ก็ไปหาลูกชายที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนนั้นเอาเองเถอะ!
เสิ่นเจี้ยนกั๋วขมวดคิ้ว เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับข้อเสนอของฟู่หว่าน
ในสายตาเขา ผู้หญิงก็ต้องแต่งงาน พาลูกกลับบ้านแล้วยังไม่เอาค่าเลี้ยงดูอีก ยัยหนูฟู่คงสมองกระทบกระเทือนตอนตกน้ำไปแล้วแน่ ๆ
“หนูฟู่ ลุงเข้าใจว่าหนูอยากหย่า แต่ไม่เอาค่าเลี้ยงดู แล้วต่อไปผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างหนูจะเลี้ยงลูกยังไง?”
คนหนุ่มยังใจร้อน คิดแต่จะเอาให้สะใจโดยไม่คิดถึงวันข้างหน้า
ป้าหวังกัับชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็ช่วยกันเกลี้ยกล่อม “ฟู่หว่าน เงิน 300 หยวนน้อยไปนะ
ตัวหนูเองก็มีแผลเต็มตัว หลิงหลิงก็อยู่ในวัยกำลังโต พี่ชายที่บ้านแม่ยังเป็นอัมพาตติดเตียง เงินแค่นี้ กลับไปแล้วจะใช้ชีวิตยังไง?”
“ใช่แล้ว หนูฟู่ อย่าพูดเพราะโมโหเลย! เรียกให้มากกว่านี้สิ บ้านเสิ่นมีเงินนะ ไม่กี่วันก่อนสวีชุ่ยฮวายังอวดฉันอยู่เลยว่ามีเงินตั้ง 1,000 หยวน!”
คนที่พูดคือป้าหลี่ ซึ่งมีเรื่องขัดแย้งกับหญิงชราเสิ่น เมื่อเช้าทั้งคู่เพิ่งทะเลาะกันเรื่องขุดร่องน้ำในนาเกินเขต ตอนนี้มีโอกาสเฉือนเนื้อหญิงชราเสิ่น เธอย่อมไม่ใจอ่อน
หญิงชราเสิ่นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จะยอมได้อย่างไร แค่เงิน 300 หยวนก็เหมือนควักเลือดควักเนื้อแล้ว คนพวกนี้ยังยุให้ฟู่หว่านเรียกเพิ่มอีก
“ไอ้พวกสารเลว รีบไสหัวไปให้พ้น! นังตัวดีเรียกเงิน 300 หยวนแล้วยังไม่พออีกหรือ ถุย! แกไม่กลัวหรือไงว่ามีชีวิตเอาเงินไป แต่ไม่มีชีวิตใช้ เดี๋ยวเจ้าแม่มาจู่ก็มาเอาพวกแกไปหมด!”
ป้าหลี่ทนฟังปากเสีย ๆ ของหญิงชราเสิ่นไม่ไหว จึงคว้าถุงเท้าเหม็น ๆ ที่ใครก็ไม่รู้ทิ้งไว้แล้วยังไม่ได้ซัก ยัดเข้าไปในปากหญิงชราเสิ่นทันที
“พูดถึงใครกัน เจ้าแม่มาจู่ควรมาเอาคนไร้คุณธรรมอย่างแกไปต่างหาก!”
ฟู่หว่านยิ้ม ก่อนก้มคำนับทุกคน “ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะคะ ฉันรู้ว่าทุกคนหวังดีกับฉัน
เงิน 300 หยวนก็พอแล้ว เรียกมากกว่านี้บ้านเสิ่นก็ไม่ยอมจ่าย เงิน 300 หยวนแลกกับการตัดขาดจากบ้านเสิ่น สำหรับฉันกับลูกสาวถือเป็นเรื่องดีค่ะ”
เมื่อผู้ใหญ่บ้านเสิ่นเห็นว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ก็ไม่ห้ามอีก เพราะฟู่หว่านกับเสิ่นตงเซิงไม่ได้จดทะเบียนสมรส เขาจึงให้เสมียนบัญชีของหมู่บ้านเขียนหนังสือหย่าให้ฟู่หว่านกับเสิ่นตงเซิงลงชื่อ
ก่อนหน้านี้ฟู่หว่านลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองไม่ได้จดทะเบียนสมรส คราวนี้เธอจึงเซ็นชื่อโดยไม่ลังเล แต่เสิ่นตงเซิงกลับเริ่มไม่เต็มใจ
“เมียจ๋า ฉัน...”
“เซ็นชื่อ!”
ฟู่หว่านไม่อยากพูดกับเขาแม้แต่ครึ่งประโยค ความผูกพันฉันสามีภรรยาของทั้งคู่สูญสิ้นไปตั้งแต่ชาติที่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชาตินี้ที่เขายังลงมือกดเธอให้จมน้ำด้วยตัวเอง
“ฉันไม่หย่า!”
เสิ่นตงเซิงไม่กลัวฟู่หว่าน เขาฉีกหนังสือหย่าในมือทิ้งทันที
ฟู่หว่านมองเขาพลางหัวเราะเย็นชา “เสิ่นตงเซิง ในฐานะสามี นายปกป้องเมียตัวเองไม่ได้ แถมยังกดเมียลงน้ำอีก
ถ้าฉันไม่ได้หัดดำน้ำมาตั้งแต่เด็ก ป่านนี้คงสำลักน้ำตายไปแล้ว!
ในฐานะพ่อ นายปล่อยให้ลูกสาวกินของเหลือจากลูกพี่ลูกน้องผู้ชาย แล้วยังต้องใส่เสื้อผ้าที่พวกเขาไม่เอาเพราะปะชุนจนเต็มไปหมด
ในฐานะลูกเขย ตั้งแต่บ้านฉันเกิดเรื่อง นายไม่เคยไปดูสักครั้ง ยังมีหน้ามาทำกร่างอยู่ตรงนี้อีก
สิ่งเดียวที่นายอาจทำได้ดีคือเป็นลูก แม่พูดอะไรนายก็ทำตามหมด
ในเมื่อเป็นแบบนั้น นายก็อยู่กับแม่ให้มีความสุข อย่ามาอาละวาดที่นี่ หนังสือหย่าฉีกแล้วก็เขียนใหม่ได้
ถ้านายยังทำท่าทางแบบนี้ ฉันไม่รังเกียจที่จะไปหาตำรวจที่อำเภอกับสหพันธ์สตรี ถึงตอนนั้นทั้งบ้านนายได้เข้าโรงพักแน่ มาดูกันว่าบ้านเสิ่นจะขายหน้าไหวไหม!”
พูดจบเธอก็ไม่สนใจสีหน้าไม่น่าดูของเสิ่นตงเซิง หันไปยิ้มขอโทษเสมียนบัญชีเสิ่นที่อยู่ข้าง ๆ
“คุณอาคะ รบกวนเขียนให้อีกฉบับนะคะ”
เสมียนบัญชีเสิ่นเป็นอาของเสิ่นตงเซิงตามลำดับอาวุโส เขาพยักหน้า แล้วถลึงตาใส่เสิ่นตงเซิงก่อนจะเขียนฉบับใหม่
เสิ่นตงเซิงไม่มีทางเลือก สุดท้ายจึงได้แต่เซ็นชื่อตัวเองลงไป
ทันทีที่ฟู่หว่านเก็บหนังสือหย่าไป เขาก็รู้สึกเหมือนทำบางอย่างหล่นหายไปจากใจ
แต่แล้วเขาก็ปลอบใจตัวเองว่า ของเก่าไม่ไป ของใหม่ก็ไม่มา ฟู่หว่านทำตัวเหมือนโดนผีเข้า สักวันต้องกลับมาอ้อนวอนขอคืนดีแน่
ส่วนเสิ่นหลิงหลิง เด็กผู้หญิงที่กล้าชนเขาแบบนั้น เขาไม่มีอะไรต้องอาลัยอาวรณ์
ฟู่หว่านเก็บหนังสือหย่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ใหญ่บ้านเสิ่นก็ให้ป้าหวังปล่อยหญิงชราเสิ่น
น่าสงสารหญิงชราเสิ่น เมื่อครู่ถูกยัดผ้าขี้ริ้วเหม็น ๆ อุดปากจนขย้อนและตาเหลือก มือก็ยังถูกจับไว้ ได้แต่ร้อนใจอยู่ฝ่ายเดียว
พอป้าหวังปล่อยมือ หญิงชราเสิ่นก็รีบคายผ้าขี้ริ้วเหม็น ๆ ออกจากปาก แล้วหันไปอาเจียนอยู่ข้าง ๆ
ผู้ใหญ่บ้านเสิ่นเห็นสภาพหญิงชราเสิ่นแล้วก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ
“แม่ตงเซิง รีบเอาเงินมา”
เห็นหญิงชราเสิ่นยังนิ่ง ผู้ใหญ่บ้านเสิ่นก็เริ่มโมโหจริง ๆ
“ไม่ให้ใช่ไหม ถ้าไม่ให้ ฉันจะไปแจ้งตำรวจแล้วก็หาสหพันธ์สตรีเดี๋ยวนี้ ดูสิว่าพวกเธอทำเรื่องอะไรไว้ ฉันเห็นแล้วยังอายแทน!”
เขาทนพี่สะใภ้คนนี้มานานแล้ว ทั้งวันเอาแต่ทำกร่าง แถมยังเคยอาศัยชื่อเขาไปรังแกชาวบ้าน หลังพ่อของเสิ่นตงเซิงตาย สองครอบครัวก็ไม่ไปมาหาสู่กันอีก
พอได้ยินว่าจะไปแจ้งตำรวจและหาสหพันธ์สตรี หญิงชราเสิ่นก็เลิกแกล้งทำเป็นหูหนวก เธอเช็ดคราบสกปรกจากปากกับกำแพง ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
ไม่นานนัก เธอก็ออกมาพร้อมธนบัตรยับยู่ยี่กองหนึ่ง
ฟู่หว่านไม่สนใจสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของหญิงชราเสิ่น เธอรับเงินมานับดู เมื่อเห็นว่าครบก็หิ้วถุงกระสอบแล้วจูงเสิ่นหลิงหลิงเตรียมกลับ
“คุณลุงคุณป้าทุกคน ขอบคุณที่ช่วยยืนหยัดเพื่อฉันวันนี้นะคะ ฉันจะจำบุญคุณของทุกคนไว้ ที่บ้านยังมีธุระ ฉันต้องรีบกลับก่อน ไว้คราวหน้าจะเชิญทุกคนกินขนมหวานให้ชื่นใจค่ะ!”
คนบ้านเดียวกันช่วยเหลือกัน ไม่จำเป็นต้องพูดถึงขนาดนั้น ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากป้าหวัง ผู้ใหญ่บ้านเสิ่น เสมียนบัญชีเสิ่น และป้าหลี่แล้ว คนอื่น ๆ ก็แค่มาดูเรื่องสนุกเท่านั้น
แต่ทุกคนฟังคำพูดของฟู่หว่านแล้วก็รู้สึกชื่นใจ ผู้ใหญ่บ้านเสิ่นถึงกับสั่งหลี่ผู้เฒ่าที่ขับเกวียนวัวอยู่ข้าง ๆ ให้ไปส่งแม่ลูกฟู่หว่านสักช่วงหนึ่ง
ฟู่หว่านขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจูงเสิ่นหลิงหลิงรีบกลับบ้าน
หมู่บ้านตระกูลเสิ่นอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านตระกูลฟู่ นั่งเกวียนวัวเพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึง
ฟู่หว่านลงจากเกวียน ยัดเงินห้าเจี่ยวให้ลุงหลี่คนขับ แต่ลุงหลี่กลับยัดเงินใส่กระเป๋าเสื้อของเสิ่นหลิงหลิง
เขายืนกรานว่าถ้าฟู่หว่านยัดเงินให้ก็เท่ากับดูถูกหลี่ต้าเฉียง เธอจึงไม่กล้ายื้ออีก ได้แต่คิดว่าพอจัดการธุระที่บ้านเสร็จแล้ว จะต้องกลับไปขอบคุณชาวบ้านให้ดี
เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้าน เธอกลับรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ชาติที่แล้ว พอแม่ของเธอ เย่เสี่ยวชุ่ย รู้ว่าเธอถูกไล่กลับมา ก็รู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงกลางบ้าน
เมื่อชีวิตไร้ความหวัง จึงเกิดเรื่องที่พี่ชายฆ่าตัวตาย ตามด้วยแม่ฆ่าตัวตาย
คราวนี้เมื่อกลับไป เธอจะต้องพาครอบครัวฟู่ออกมาจากความมืดมนให้ได้
