“อีเด็กเวรนี่!”
หญิงชราเสิ่นถูกชนเข้าเต็ม ๆ จนก้นกระแทกพื้นดัง “ปัง” อีกครั้ง กระดูกก้นกบที่เพิ่งหกล้มจนยังไม่หายดีพลันปวดหนักกว่าเดิม เธอร้องโอดโอยไม่หยุด
เสิ่นหลิงหลิงไม่สนใจสักนิด ปกติเธอก็เป็นเด็กหัวร้อนอยู่แล้ว แม้บ้านเสิ่นจะมีลูกหลายคน แต่แม่ของเธอมีลูกสาวแค่คนเดียว
ชนย่าล้มแล้วจะทำไม ไม่เห็นหรือไงว่าคนพวกนี้กำลังจะกดแม่เธอให้จมน้ำตาย!
พวกผู้ใหญ่เองก็คาดไม่ถึงว่าเด็กตัวแค่นี้จะมีแรงมากขนาดนั้น จึงคิดเพียงว่าหญิงชราเสิ่นทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
เสิ่นหลิงหลิงเห็นว่าไม่มีใครห้าม ก็ยิ่งฮึกเหิมกว่าเดิม
เธอวิ่งตั้งหลัก แล้วพุ่งเข้าใส่เสิ่นตงเซิง ผู้เป็นพ่อ พร้อมเสียงร้อง “อ๊าก!”
“อ๊าก!!!”
เสียงร้องโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วบ้านเสิ่น ชาวบ้านหมู่บ้านเสิ่นที่ออกไปทำงานในนา ต่างก็ได้ยินเสียงนั้น
ไม่ต้องพูดถึงชาวบ้านในนาที่สงสัยจนเดินมาทางบ้านเสิ่น แม้แต่เพื่อนบ้านที่ยืนมุงอยู่ตรงนั้นก็ยังสูดปากด้วยความหวาดเสียว
พวกผู้ชายที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างยกมือป้องเป้ากางเกงโดยพลัน สาบานว่าจะปกป้องน้องชายตัวเองจนถึงที่สุด
เสิ่นตงเซิงเจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว ก่อนจะทรุดลงไปกองกับพื้น
ยัยเสิ่นหลิงหลิงนี่เลือกที่ได้เก่งจริง ๆ!
เสิ่นหลิงหลิงมองสภาพน่าเวทนาของพ่ออย่างภาคภูมิใจ ตรงนั้นต้องเป็นจุดตายอย่างที่พี่หู่จื่อบอกแน่ ๆ
เมื่อวานพวกเธอเพิ่งเรียนรู้จากโทรทัศน์ขาวดำที่บ้านหู่จื่อเอง!
ผู้ใหญ่บ้านเสิ่นเจี้ยนกั๋วเห็นแล้วก็เจ็บแทน รีบลากเสิ่นหลิงหลิงไปไว้ตรงหน้าฟู่หว่าน
“นี่มันเรื่องอะไรกัน จะต้องให้มีคนตายก่อนพวกคุณถึงจะพอใจหรือไง?”
พอเสิ่นเจี้ยนกั๋วพูดจบ หญิงชราเสิ่นก็ร้องคร่ำครวญอยู่บนพื้นทันที
“ไม่มีความเป็นคนกันเลย! ลูกสะใภ้ทำร้ายแม่ผัว ตอนนี้หลานสาวยังทำร้ายทั้งย่าทั้งพ่ออีก สวรรค์มีตาหรือเปล่า!
ตาเฒ่า แกไม่น่าจากไปเร็วขนาดนั้นเลย ทิ้งให้ฉันกับลูก ๆ ที่ไม่มีพ่อถูกคนรังแกอยู่อย่างนี้!”
ป้าหวังเป็นเพื่อนบ้านกันมาครึ่งค่อนชีวิต จะไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมของหญิงชราเสิ่นได้อย่างไร เธอถ่มน้ำลายอย่างรังเกียจ พลางทำหน้าเบ้
“สวีชุ่ยฮวา นี่เธอกำลังเล่นงิ้วอยู่หรือไง ไม่มีความรู้แล้วยังไม่รู้จักคำว่าแม่ม่ายลูกกำพร้าอีกเหรอ ลูกชายตั้งสามคน ยังจะโวยวายว่าตัวเองเป็นแม่ม่ายลูกกำพร้าอีก!”
ถึงหญิงชราเสิ่นจะรู้ว่าตัวเองใช้คำผิด เธอก็ไม่มีทางยอมรับหรอก
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หญิงชราเสิ่นไม่สนใจหน้าตาอะไรอีกต่อไป
เธอดิ้นขาพล่านอยู่บนพื้น น้ำมูกน้ำตาเลอะเต็มหน้า เสียงร้องยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
“คนไร้ศีลธรรม! ฉันจะใช้คำไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับยายแก่ใกล้ลงโลงอย่างแกด้วย ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริง ๆ!”
“พอได้แล้ว!”
เสียงโวยวายทำให้ผู้ใหญ่บ้านเสิ่นปวดตุบ ๆ ไปทั้งหัว เสียงร้องแหลมของหญิงชราเสิ่นราวกับสว่านไฟฟ้า ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดกว่าเดิม
“สะใภ้ตงเซิง เล่ามาสิว่าเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่!”
ผู้เสียหายคือฟู่หว่าน ผู้ใหญ่บ้านเสิ่นแยกแยะเรื่องนี้ได้ชัดเจน
ฟู่หว่านเตรียมตัวมานาน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เธอจะได้แสดงแล้ว
ดวงตาแดงก่ำ เธอฝืนกลั้นน้ำตาแล้วสะอื้นเอ่ยว่า “คุณลุงคุณป้าทุกคนช่วยตัดสินให้ฉันหน่อย วันนี้ฉันไปเก็บปลาได้ตัวหนึ่งที่ชายทะเล กำลังคิดว่าจะจัดการเอามาทำกับข้าวเพิ่มให้คนในบ้านกินตอนเย็น
ใครจะรู้ว่าแม่สามีพอเข้าบ้านมาก็พูดว่าข้างในท้องปลามีไข่มุก บังคับให้ฉันเอาไข่มุกออกมาให้ได้”
พอพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของเธอก็ยิ่งขมขื่น
“ในท้องปลาจะมีไข่มุกได้ยังไง ฉันบอกว่าไม่มี แม่สามีก็ลงมือตบตีฉัน ดูสิคะ ทั้งหน้าและตัวฉันมีแต่แผล
เรื่องนั้นยังพอว่า ฉันหมดสติไปพักใหญ่กว่าจะฟื้น พอฟื้นขึ้นมาก็ได้ข่าวว่าบ้านพ่อแม่ฉันเกิดเรื่อง เลยคิดจะพาหลิงหลิงกลับไปดู
ใครจะรู้ว่าแม่สามีกลับทำเหมือนคนเสียสติ บังคับให้ฉันเอาไข่มุกออกมาให้ได้ถึงจะยอมให้กลับ”
“ทุกคนเป็นชาวประมงกันมานาน คลุกคลีกับทะเลมาทั้งชีวิต ในท้องปลาจะมีไข่มุกได้ยังไงคะ?
ฉันได้ยินมาว่าพ่อฉันเสียแล้ว พี่ชายก็เป็นอัมพาตนอนอยู่บนเตียง ฉันแค่อยากกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่เท่านั้นเอง
ฮือ ๆ ฉันแค่อยากกลับบ้านพ่อแม่ ชีวิตแบบนี้ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”
พอพูดถึงตรงนี้ ฟู่หว่านก็กลั้นไม่ไหว ร้องไห้โฮออกมา
แม้จะเป็นการแสดง แต่เธอก็ร้องไห้ออกมาจากใจจริง ความลำบากในการตามหาลูกสาวในชาติก่อน ความเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัว ทุกอย่างพรั่งพรูออกมาในชั่วขณะนี้
“นี่มันไร้ศีลธรรมจริง ๆ! เขากำลังกลับบ้านไปจัดงานศพ ยังต้องถูกตีอีก!”
“นั่นสิ สวีชุ่ยฮวาคงเห็นแก่เงินจนตาลายแล้ว ในท้องปลาจะมีไข่มุกได้ยังไง?”
“ใช่เลย เมื่อกี้พวกคุณไม่เห็นหรือไง พวกเธอสามคนกดฟู่หว่านไว้แน่นขนาดนั้น ดูท่าคงคิดจะฆ่ากันเลยด้วยซ้ำ!”
หญิงชราเสิ่นได้ยินแล้วจะทนไหวได้อย่างไร รีบดิ้นรนลุกขึ้นจะไปข่วนฟู่หว่าน
“นังสารเลว! ฉันแก่ก็จริง แต่ไม่ได้ตาบอด ไข่มุกมีค่าขนาดนั้น ต้องเป็นแกกลืนลงไปแน่ ๆ!
คายออกมา! คายออกมาเดี๋ยวนี้!”
ฟู่หว่านปาดน้ำตา เอ่ยอย่างน้อยเนื้อต่ำใจและจริงใจว่า “ฉันจะมีไข่มุกได้ยังไง ถ้ากินไข่มุกลงไปก็คงตายไปแล้ว! ตอนนี้ฉันยังสบายดี จะไปกินไข่มุกอะไรได้ล่ะ!”
ในที่สุดผู้ใหญ่บ้านเสิ่นก็เข้าใจต้นสายปลายเหตุ ที่แท้หญิงชราเสิ่นอยากได้เงินจนเสียสติ ถึงได้หาเรื่องทรมานลูกสะใภ้!
เขาส่งสายตาให้ป้าหวังที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พอได้รับสัญญาณ ป้าหวังก็รีบเข้าไปจับหญิงชราเสิ่นไว้
“สวีชุ่ยฮวา ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะว่าเธอนะ ชีวิตก็ดี ๆ อยู่แล้ว อย่าหาเรื่องวุ่นวายใส่ตัวเลย
เรื่องบ้านฟู่หว่าน พวกเราก็ได้ยินมาแล้ว งานทำบุญครบเจ็ดวันให้พ่อเธอยังไม่ผ่านไปเลย เธอไม่กลัวว่าคืนนี้เขาจะมาทวงความเป็นธรรมกับเธอหรือไง!”
คนชนบทถือเรื่องภูตผีวิญญาณที่มองไม่เห็นพวกนี้มากที่สุด
พอป้าหวังพูดอย่างนั้น หญิงชราเสิ่นก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา ยิ่งป้าหวังเป็นคนทำงานหนักมาทั้งชีวิต มือทั้งสองข้างจึงจับแขนเธอไว้แน่นจนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย
เห็นว่าหญิงชราเสิ่นถูกควบคุมไว้แล้ว ผู้ใหญ่บ้านเสิ่นจึงหันไปพูดกับฟู่หว่านอย่างจริงจังว่า “สะใภ้ตงเซิง เรื่องนี้คุณอยากจัดการยังไง อยากให้ชดใช้อะไรบ้าง?”
ฟู่หว่านตอบทันทีด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หย่า ฉันจะหย่า!”
“หย่า?!” ชาวบ้านต่างพากันตกตะลึง
“สะใภ้ตงเซิง ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ถ้าหย่าแล้ว ต่อไปคุณจะไปหาผู้ชายซื่อ ๆ ที่ทำงานในนาเก่งขนาดนี้จากที่ไหนอีก!”
“ใช่ ๆ เรื่องอื่นไม่พูดถึง แต่ตงเซิงทำงานเก่งจริง ๆ นะ”
ฟู่หว่านรู้ว่าชาวบ้านหวังดี แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีเหตุผลต้องช่วยปิดบังเรื่องของบ้านเสิ่นอีก
“คุณลุงคุณป้าคะ เสิ่นตงเซิงทำงานนอกบ้านเก่งก็จริง แต่เขาไม่เคยช่วยงานในบ้านเลย
ฉันต้องทำงานในนา กลับบ้านมายังต้องทำกับข้าวให้ทุกคนกิน ซักเสื้อผ้าให้ทั้งบ้าน ถ้าพูดเรื่องทำงาน ฉันยังทำได้มากกว่าเขาอีก
เขาเป็นคนซื่อก็จริง แต่ขี้ขลาดและกตัญญูจนไม่ลืมหูลืมตา แม่เขาบอกให้ทำอะไรก็ไม่กล้าขัด เมื่อกี้แม่เขาสั่งให้เขากดฉันลงน้ำ เขาก็ทำโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว
ถ้าฉันอยู่บ้านนี้ต่อไป ฉันกลัวว่าวันไหนแม่เขาไม่พอใจแล้วคิดจะฆ่าฉัน เขาก็คงหยิบมีดมาแทงฉันโดยไม่ลังเลเหมือนกัน!
ผู้ชายแบบนี้ ฟู่หว่านคนนี้ไม่กล้าเอาหรอก!”
ชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ ต่างตกตะลึง โดยเฉพาะคนที่มาทีหลังและไม่เห็นเสิ่นตงเซิงกดฟู่หว่านลงน้ำ ยิ่งตกใจจนหน้าถอดสี
กดภรรยาตัวเองลงน้ำ เสิ่นตงเซิงคงมีแต่ขี้วัวอยู่ในหัวแล้วกระมัง!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่นี้ก็แจ้งตำรวจได้แล้ว!
ผู้ใหญ่บ้านเสิ่นก็คิดเช่นนั้น จึงไม่เกลี้ยกล่อมอีก
“สะใภ้ตงเซิง...ฟู่หว่าน คุณคิดดีแล้วหรือ?”
“คิดดีแล้วค่ะ”
ฟู่หว่านพยักหน้า เสิ่นเจี้ยนกั๋วขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “การหย่าไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าคุณยืนยันจะหย่า ฉันก็ไม่ห้าม
แต่เรื่องลูกกับเงิน คุณวางแผนไว้ยังไง บอกฉันมาได้เลย ฉันไม่ได้เป็นแค่ผู้ใหญ่บ้าน แต่ยังเป็นลุงใหญ่ของเสิ่นตงเซิงด้วย พ่อเขาไม่อยู่แล้ว ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องนี้”
ฟู่หว่านได้ยินแล้วก็ยินดี คิดครู่หนึ่งก่อนบอกเงื่อนไขของตัวเอง
“ฉันจะพาลูกสาวไปด้วย ต่อไปลูกสาวฉันจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับบ้านเสิ่นอีก และฉันก็ไม่ต้องการค่าเลี้ยงดูจากพวกเขา
แต่บาดแผลทั่วตัวฉัน บ้านเสิ่นต้องชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้ 300 หยวน”
