ค่ำวันอาทิตย์
เพราะไม่มีธุระอะไร เหวินเหมียนจึงตามซูหวานไปยังสถานที่ซ้อมเต้นของเธอ
ห้องซ้อมเต้นอยู่บนชั้นสามของอาคารศิลปะมหาวิทยาลัยจิง ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกบานใหญ่จรดพื้น เหวินเหมียนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อโยคะตรงมุมห้อง กอดกระเป๋าเป้ของซูหวานไว้ในอ้อมแขน พลางมองซูหวานยืดกล้ามเนื้ออยู่ในกระจก
ซูหวานสวมชุดซ้อมสีดำ มัดผมเป็นมวยเรียบร้อย เผยให้เห็นลำคอระหงและแนวไหล่กับต้นคอที่งดงาม
ทุกท่วงท่าของเธอเหยียดขยายอย่างนุ่มนวลแต่พอดี ราวกับหงส์แสนสง่า
“จ้องฉันมาสิบนาทีแล้วนะ” ซูหวานเหลือบมองเธอผ่านกระจก “ไม่เบื่อบ้างหรือไง?”
“ไม่เบื่อสักหน่อย” เหวินเหมียนเท้าคาง “ร่างกายของเธอนุ่มยืดหยุ่นจริง ๆ รู้สึกว่าถ้าฉันลองทำตาม คงกระดูกหักในอีกไม่กี่วินาทีแน่”
ซูหวานได้ยินแล้วก็ยิ้ม “งั้นอยากลองไหม?”
พอได้ยินแบบนั้น เหวินเหมียนก็ส่ายหน้ารัวเหมือนกลองป๋องแป๋ง “ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา ฉันรู้จักประมาณตัวเองดี”
เธอก้มมองแขนขาแข็งทื่อของตัวเอง แล้วหันไปมองท่าทางยืดหยุ่นสง่างามของซูหวาน ก่อนทอดถอนใจจากใจจริง “ฉันว่าร่างกายของฉันกับของเธอคงสร้างมาคนละแบบ เธอทำจากน้ำ ส่วนฉันคงทำจากปูนซีเมนต์”
ซูหวานถูกเธอทำให้ขำ จึงมองผ่านกระจกมา “ไม่ได้เว่อร์ขนาดนั้นสักหน่อย ฉันช่วยยืดกล้ามเนื้อพื้นฐานให้ก่อนได้นะ ง่ายมาก ไม่กระดูกหักหรอก”
ฟังไปฟังมา เหวินเหมียนก็เริ่มหวั่นไหว
ตอนซูหวานทำท่าพวกนั้น ดูง่ายจริง ๆ นั่นแหละ
อีกอย่าง ช่วงนี้เธอต้องเรียนว่ายน้ำ เลยจำเป็นต้องยืดแขนขาที่แข็งเกร็งอยู่แล้วด้วย
“ง่ายจริงเหรอ?” เธอถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
