บ่ายวันรุ่งขึ้น
หลังเรียนคาบแรกของช่วงบ่ายเสร็จ มือถือของเหวินเหมียนก็มีข้อความจากฉู่อวี้โจวเด้งขึ้นมา
เป็นรายงานผลตรวจจากโรงพยาบาลสัตว์ที่อ่านได้ชัดเจน พร้อมข้อความแนบมาด้วย
“C.”: “พาแมวน้อยไปตรวจมาแล้ว เป็นแค่แผลถลอกที่ผิวหนัง มีอาการเครียดเล็กน้อยแต่ไม่เป็นไร หมอให้ยาทามาแล้ว พักฟื้นสักสองสามวันก็หาย”
ผลตรวจทุกอย่างในรายงานอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนคำแนะนำจากคุณหมอก็อ่านเข้าใจได้ทันที
เหวินเหมียนอ่านข้อความแล้วรู้สึกใจอ่อนยวบ รีบพิมพ์ขอบคุณไปทันที
ทฤษฎีความน่าเศร้า: “ขอบคุณค่ะรุ่นพี่! หนูเห็นรายงานแล้ว รุ่นพี่ต้องลำบากเพราะหนูเลย! ค่ายาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวหนูโอนให้รุ่นพี่!”
“C.”: “ไม่ต้อง”
ทฤษฎีความน่าเศร้า: “ไม่ได้ค่ะ! รุ่นพี่ช่วยดูแลให้แล้ว จะให้รุ่นพี่ออกเงินอีกไม่ได้!”
อีกฝ่ายเงียบไปหลายวินาที
“C.”: “งั้นเลี้ยงข้าวฉันสักมื้อสิ”
เหวินเหมียนชะงักไป มองข้อความบรรทัดนั้นซ้ำอยู่หลายรอบ
เลี้ยงฉู่อวี้โจวกินข้าว? เธอก้มมองยอดเงินในกระเป๋าสตางค์ แล้วนึกถึงร้านอาหารที่ฉู่อวี้โจวมักไปกิน
ความกล้าของเธอพลันถดถอย
เลี้ยงฉู่อวี้โจวกินข้าวสักมื้อดูท่าจะแพงกว่าค่ายาเสียอีกนะ?
นี่คือคำว่าไม่ต้องออกเงินของเขาจริง ๆ เหรอ?
“เจ้าแปดเฒ่า” เหวินเหมียนเรียกในใจ “นายว่า นายเอกกำลังคิดจะหลอกเงินฉันหรือเปล่า?”
888 เงียบไปครู่หนึ่ง “ระบบคิดว่าคนระดับเขาคงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้มาหลอกเงินค่าครองชีพน้อยนิดของเธอหรอก”
เหวินเหมียนโดนโจมตีเข้ากลางใจหนึ่งหมื่นแต้มทันที “......พอแล้ว ไม่ต้องพูดต่อ”
เธอก้มหน้าพิมพ์ตอบ
ทฤษฎีความน่าเศร้า: “รุ่นพี่......หนูเลี้ยงร้านแพง ๆ ไม่ไหวค่ะ...”
หลังส่งข้อความ เหวินเหมียนก็รอคำตอบจากฉู่อวี้โจว พร้อมเตรียมใจไว้แล้วว่าเขาคงปฏิเสธเธออย่างสุภาพ
อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“C.”: “โรงอาหารมหาวิทยาลัยก็ได้”
โรงอาหารมหาวิทยาลัย? ฉู่อวี้โจวจะไปกินข้าวที่โรงอาหารมหาวิทยาลัยเนี่ยนะ?
