ซูซิ่วชิงตบเหวินอวี่ไปชุดหนึ่ง แถมดุด่าเตือนอีกสองสามคำ ก่อนจะหันหลังกลับเข้าครัวไปในที่สุด
เหวินอวี่ที่โดนตบสงบเสงี่ยมขึ้นมาบ้าง แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน
ไม่นานเขาก็ขยับเข้ามานั่งข้างเหวินเหมียนอีกครั้ง พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้
เหวินเหมียนผงะเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย แล้วมองเขาอย่างระแวดระวัง “นายจะทำอะไรอีก?”
เหวินอวี่จ้องหน้าเธออยู่สองวินาที “พี่...ไม่รู้สึกเหรอว่าพี่หน้าตาคล้ายใครบางคน...”
เขาขมวดคิ้วครุ่นคิด “ก็คนที่เป็นนักแสดงหญิงดังมากช่วงนี้ไง ชื่ออะไรนะ...”
เหวินเหมียนมองสีหน้าของเขาที่คิดเท่าไรก็นึกไม่ออกจนเหมือนคนท้องผูก แล้วใจดีพูดขัดขึ้น “ถ้านึกไม่ออกก็ไม่ต้องพูดแล้ว”
“นึกออกแล้ว!” เหวินอวี่ตบต้นขาตัวเองดังฉาด แรงจนเหวินเหมียนยังรู้สึกเจ็บแทน “ที่แท้นักแสดงคนนั้นก็คือพี่สาวคนสวยของผมนี่เอง!”
เหวินเหมียน “...”
เธอกุมขมับอย่างจนใจ ไม่คิดถือสาน้องชายสมองช้าคนนี้ ก่อนจะงัดไม้ตายออกมา “ทำการบ้านเสร็จหรือยัง?”
สีหน้าของเหวินอวี่พลันห่อเหี่ยว “พี่ เพิ่งกลับมาถึงก็ถามเรื่องการบ้านเลยเหรอ มีมนุษยธรรมหน่อยได้ไหม?”
“งั้นตกลงทำเสร็จหรือยัง?”
“...ยัง”
“ถ้ายัง แล้วมานั่งอยู่ตรงนี้ทำไม?”
เหวินอวี่อยากเถียงกลับ แต่กลับพบว่าตัวเองไม่มีอะไรให้เถียงจริง ๆ
“พี่ งั้นช่วยดูคณิตให้ผมหน่อยสิ มีอยู่สองสามข้อที่ผมทำไม่ค่อยได้”
เหวินเหมียนพยักหน้า “เอามาสิ เดี๋ยวพี่ช่วยดูให้”
เหวินอวี่หายหงอยเป็นปลิดทิ้งทันที ก่อนจะวิ่งกลับเข้าห้องด้วยฝีเท้าเบาหวิว ไม่นานก็ถือกระดาษข้อสอบคณิตวิ่งออกมาคลี่วางบนโต๊ะในห้องนั่งเล่น
