เสี่ยวอวิ๋นชวนรับเรื่องเข้าเต็ม ๆ สายตากวาดไปมาระหว่างคนสองคนฝั่งตรงข้าม “จะไปก็ไปสิ ทำไมต้องใช้เท้าถีบกันด้วย”
ทั้งสองคนเดินออกจากห้องไป
เสี่ยวอวิ๋นชวนอดใจไม่ไหว
“กู้สวิน ฉันรู้สึกว่าพี่ลู่กับน้องสาวดูแปลก ๆ นะ”
กู้สวินเลิกคิ้ว ในที่สุดไอ้ทึ่มนี่ก็สังเกตเห็นสักที “แปลกตรงไหน”
เสี่ยวอวิ๋นชวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“คนหนึ่งดำคนหนึ่งขาว ดูไม่ค่อยเข้ากัน”
กู้สวินหมดหวังกับเขาอย่างสิ้นเชิง
“ไอ้โง่”
“แกนี่เป็นบ้าอะไร ด่าฉันอีกแล้ว ฉันพูดผิดตรงไหน พี่ลู่ดำเหมือนถ่าน ส่วนน้องสาวขาวเหมือนก้อนหิมะ จะไม่เข้ากันได้ยังไง”
ภายในห้อง
ซูเสี่ยวหม่านเหลือบมองแขนตัวเองเทียบกับแขนของอีกฝ่าย ดูแล้วก็เหมือนไม่ค่อยเข้ากันจริง ๆ
“ยื่นมือมา”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น
ซูเสี่ยวหม่านรีบอธิบาย
“พี่ อย่าไปฟังชวนเก๋อพูดมั่วสิ หนูว่าผิวสีแทนก็ดูดีออก ดูแมนมากด้วย...”
“เธอกำลังชมฉันอยู่เหรอ”
ลู่เยี่ยนจือเอ่ยอย่างสนอกสนใจ
ซูเสี่ยวหม่านเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป ใบหน้าแดงก่ำ “หนูพูดตามความจริง”
ให้ตายสิ เธอก็แค่พูดไปตามที่คิด
แต่ลู่เยี่ยนจือรูปร่างสูงใหญ่ กล้ามเนื้อแน่นทั้งตัว พอจับคู่กับผิวสีแทนแล้วก็มีความเซ็กซี่อย่างเต็มเปี่ยม
นั่นก็ไม่นับว่าโกหก
ลู่เยี่ยนจือเห็นใบหูของเธอเริ่มแดงอีกครั้ง ในใจก็อดอ่อนใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอติดนิสัยพูดอะไรออกไปโดยไม่คิดตั้งแต่เมื่อไหร่
“มือ”
ซูเสี่ยวหม่านยื่นมือออกไป
“มีอะไรเหรอ”
ลู่เยี่ยนจือแบมือออก บนนั้นปรากฏหินสีส้มสองก้อนขึ้นมา ซูเสี่ยวหม่านมองแล้วรู้สึกคุ้นตาเหลือเกิน
“คริสตัลพลัง?”
สีหน้าของลู่เยี่ยนจือจริงจังขึ้น
