ลู่เยี่ยนจือพิงหัวเตียง หลับตาลง ความเจ็บปวดทั่วร่างค่อย ๆ ทุเลา ร่างกายราวกับถูกโอบล้อมด้วยกระแสอบอุ่น แม้แต่บาดแผลเก่าก็ค่อย ๆ ฟื้นตัว
ทีละนิด ทีละหน่อย
ซูเสี่ยวหม่านกลืนน้ำลายอย่างประหม่า มองสีหน้าของชายหนุ่มที่ค่อย ๆ ดีขึ้น หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก แทบอยากหันหลังวิ่งหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น
ทำยังไงดี จะอธิบายยังไงดี!
ปกติน้ำที่เธอดื่มผ่านการเจือจางแล้ว แต่น้ำที่ให้ลู่เยี่ยนจือเมื่อครู่เป็นส่วนที่เก็บไว้ใช้ “ช่วยชีวิต”
เขาต้องรู้แน่ ๆ
“มาเสียใจตอนนี้ ไม่สายไปหน่อยหรือ”
เสียงเย็นชาของชายหนุ่มดังขึ้น
ซูเสี่ยวหม่านเงยหน้าขึ้น นั่งอยู่ข้างเตียงพลางบิดชายกระโปรงไปมา
“ไม่เสียใจ”
ลู่เยี่ยนจือยังยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยกระตุ้นพลังพิเศษให้เธอ แล้วเธอจะทนเห็นเขาตายโดยไม่ช่วยได้อย่างไร
ลู่เยี่ยนจือลืมตาขึ้น แววตากลับมาคมกริบเหมือนเช่นเคย “เธอไม่กลัวว่าฉันจะแย่งชิงมันไปใช้หรือไง”
ซูเสี่ยวหม่านไม่ยอมอ่อนข้อ
“แล้วเมื่อกี้พี่ใหญ่ทำไปเพื่ออะไรล่ะ”
ไม่พูดไม่จาสักคำ ฝืนช่วยเธอกระตุ้นพลังพิเศษจนตัวเองเกือบตายอยู่แล้ว
ลู่เยี่ยนจือเงียบไป เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม พอเห็นเธอบาดเจ็บ ความโกรธที่กดข่มไว้ในใจก็พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
ถ้าเธอมีพลังพิเศษ ทุกอย่างจะแตกต่างออกไปหรือเปล่า ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้น เขาก็ลงมือโดยไม่ทันคิด
เขาคงเสียสติไปแล้วจริง ๆ!
เรื่องเกิดขึ้นแล้ว ซูเสี่ยวหม่านก็คร้านจะสืบสาวหาสาเหตุ แต่บางเรื่องก็ยังต้องถามให้ชัดเจน
“ร่างกายพี่ใหญ่ไม่เป็นไรใช่ไหม”
ลู่เยี่ยนจือเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
