ซูเสี่ยวหม่านดึงเสื้อลู่เยี่ยนจือเบา ๆ
“พี่คะ หนูเริ่มเหนื่อยแล้ว”
ลู่เยี่ยนจือจับมือเธอแล้วเดินออกไป
“อืม ไปกัน”
ทุกคนผ่านด่านตรวจเข้าสู่ฐานไปเช่นนี้ แต่เดินไปได้ไม่ไกล ด้านหน้าก็มีเต็นท์ตั้งอยู่สองหลัง
“หยุด! ทุกคนเข้าไปตรวจ”
เสี่ยวอวิ๋นชวนทำหน้าบูดบึ้ง
“น่ารำคาญจริง ๆ”
เข้าฐานยังต้องผ่านด่านซ้อนด่าน วุ่นวายกันมาตั้งนานก็ยังไปไม่ถึงด้านในสักที
เจ้าหน้าที่อธิบายอย่างใจเย็น
“ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคน”
ลู่เยี่ยนจือหันไปมองคนข้างกาย
“ได้ไหม?”
ซูเสี่ยวหม่านฉวยโอกาสชักมือกลับ
“อืม”
ทุกคนแยกย้ายกันเข้าเต็นท์
การตรวจที่นี่แยกชายหญิง ต้องถอดเสื้อคลุมออกเพื่อตรวจดูว่ามีบาดแผลตามร่างกายหรือไม่ ฐานทำไปก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคน นับว่าใส่ใจไม่น้อย
ซูเสี่ยวหม่านเดินเข้าไปในเต็นท์ สิ่งแรกที่เห็นคือเงาร่างขาวผ่องมากมาย
“ถอดเสื้อได้เลย”
เจ้าหน้าที่หญิงหลายคนในเต็นท์เอ่ยขึ้น
ซูเสี่ยวหม่านไม่กระมิดกระเมี้ยน ยกมือถอดเสื้อกันแดดออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามเว้าหลังกับกางเกงขาสั้น
“โห สาวน้อย ผิวขาวจริง ๆ เลยนะ”
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งพูดหยอก ทุกคนในเต็นท์พลันหันมามอง
ซูเสี่ยวหม่านยังคงวางตัวสบาย ๆ ไหน ๆ ก็เป็นผู้หญิงด้วยกัน มองอีกสักสองตาก็ไม่เห็นเป็นไร
ตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามา
“เอ๊ะ แผลตรงหน้าอกนี่คืออะไร?”
ซูเสี่ยวหม่านดึงสายเสื้อลงเล็กน้อย ปล่อยให้อีกฝ่ายก้มเข้ามาดูใกล้ ๆ “โดนคนทำร้ายมา ดูสิ ไม่มีแผลใหม่เลย”
เจ้าหน้าที่ตรวจดูอย่างละเอียดจนแน่ใจว่าเป็นความจริง จากนั้นเดินอ้อมไปด้านหลัง พอเห็นจุดด่างกระจายทั่วแผ่นหลังขาวผ่องก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
