ลู่อีเฉินนั่งอยู่ในรถ บอกที่อยู่โรงแรมแห่งหนึ่ง กู้เสี่ยวหนวนก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหลังมีสีหน้าซีดเซียว นับตั้งแต่พบกับกู้เสี่ยวหนวน ดูเหมือนจะมีเพียงตอนถูกดูดเลือดเท่านั้นที่ใบหน้าของเขาจะปรากฏสีเลือดขึ้นมา
เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองกัดเขาแรง ๆ ไปหลายครั้งเมื่อครู่ กู้เสี่ยวหนวนก็อดถอนใจในใจไม่ได้ เป็นความผิดของเธอเองที่ประเมินตัวเองสูงเกินไป
“พักสักหน่อยก่อนนะ ถึงแล้วฉันจะปลุก”
กู้เสี่ยวหนวนสตาร์ตรถ ได้ยินเสียงขานรับแผ่วเบาจากด้านหลัง ฟังดูอ่อนแรงมาก
ตลอดทางกู้เสี่ยวหนวนตั้งใจขับรถ ส่วนลู่อีเฉินที่นั่งอยู่ด้านหลังดูเหมือนจะเหนื่อยจนหลับไปแล้ว เขาหลับตาสนิท ขนตายาวเรียงงอนดูเด่นชัดยิ่งขึ้น
ลู่อีเฉินที่หลับตาพักอยู่เบาะหลัง ดูราวกับคิวปิดที่วางคันธนูในมือลงชั่วคราว แม้ยามหลับใหลก็ประหนึ่งมีแสงไหลเวียนอยู่รอบกาย
กู้เสี่ยวหนวนมองทิวทัศน์และรถราที่เปลี่ยนผ่านไปเรื่อย ๆ นอกหน้าต่าง เขาเป็นมนุษย์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกอันสว่างไสว แต่ตอนนี้กลับต้องมาพัวพันกับเธอ ผู้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ผีดูดเลือดที่ดำรงชีวิตอยู่ในรัตติกาล
กู้เสี่ยวหนวนอดกำพวงมาลัยแน่นขึ้นไม่ได้ เสียงถอนหายใจดังก้องอยู่ภายในรถ
เมื่อมาถึงโรงแรม พนักงานเปิดประตูก็เดินเข้ามา ลู่อีเฉินที่นั่งอยู่ด้านหลังถึงได้ตื่นขึ้น
กู้เสี่ยวหนวนเห็นเขาเหนื่อยล้าเต็มที จึงพยุงเขาไปนั่งที่ล็อบบี้โรงแรม แล้วจัดการเช็กอินให้เขา
