ลู่อีเฉินเดินออกมาจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูคลุมศีรษะ ปิดบังใบหน้าของเขาไว้จนมิด
ต่างจากความแข็งกร้าวที่ปะทุออกมาเมื่อครู่ ตอนนี้เขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างขลาดเขลา ราวกับไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้
เขายกมือขึ้นขยี้ผมผ่านผ้าขนหนู พอเห็นว่ากู้เสี่ยวหนวนไม่สนใจเขา ก็หันไปผลักประตูเตรียมออกไป
“เดี๋ยวก่อน”
กู้เสี่ยวหนวนเอ่ยขึ้น นิ้วที่วางอยู่บนลูกบิดประตูรีบหดกลับมา เขาหันกลับมา แต่ผ้าขนหนูยังคงคลุมหน้าอยู่
“ถ้าคุณมีข้อเรียกร้องอะไรก็พูดมา สิ่งไหนที่ฉันทำได้ ฉันจะรับปากคุณ”
กู้เสี่ยวหนวนลุกขึ้นยืน เธอคิดจนเข้าใจแล้วว่าไม่มีทางเลือก ต่อจากนี้คงต้องคอยปกป้องอาหารของตัวเองอย่างระมัดระวัง จากสายพันธุ์เดียวกันจำนวนไม่รู้เท่าไรที่จ้องตะครุบมันอยู่
“...อย่าไปกัดคนอื่น”
เสียงอู้อี้ของเขาดังลอดออกมาจากใต้ผ้าขนหนู
กู้เสี่ยวหนวนขานรับเบา ๆ “ได้ ฉันรับปาก”
ศีรษะที่ก้มอยู่ใต้ผ้าขนหนูมาตลอดเงยขึ้น ในที่สุดเขาก็ยกมือดึงผ้าขนหนูออก รอยยิ้มบนใบหน้าแทบปิดไม่มิด ดวงตาเป็นประกายคู่นั้นมองกู้เสี่ยวหนวน “จริงเหรอ?”
กู้เสี่ยวหนวนพยักหน้า เธอรู้สึกราวกับตาฝาด เหมือนเห็นดอกไม้ดอกหนึ่งผุดขึ้นมาบนหัวเขา
ลู่อีเฉินยิ้ม ดอกไม้บนหัวของเขาราวกับยิ้มตามไปด้วย
กู้เสี่ยวหนวนขยี้ตา เขามองเธอด้วยสายตาเหมือนลูกหมา “...ขออย่างอื่นได้อีกไหม?”
เขาถามอย่างระมัดระวัง ราวกับถูกปฏิเสธก็ไม่เป็นไร
“พูดมาสิ ขอแค่ฉันทำได้”
กู้เสี่ยวหนวนมองดวงตาสีดำของเขาที่กลับมาเป็นประกายอีกครั้ง พอจะดูออกว่าความรู้สึกดีใจหรือเสียใจของผู้ชายคนนี้เข้าใจได้ง่ายอย่างน่าประหลาด เขาไม่เคยจงใจปิดบังมันเลย
